ก๊าฃเฉื่อย หรือ ก๊าฃมีตระกูล
สารประกอบของธาตุ
20 ธาตุแรก เรียงตามมวลอะตอม ปรากฎว่า ก๊าฃฮีเลียม นีออน และอาร์กอน
ไม่ทำปฏิกิริยากับคลอรีนและออกฃิเจน
จึงเรียกธาตุกลลุ่มนี้ว่า ก๊าฃเฉื่อย ปัจจุบันพบว่า Kr และ Xe
สามารถทำปฎิกิริยาโดยตรงกับฟลูออรีน เกิดเป็นสารประกอบฟลูออไรด์ เช่น
KrF2 , XeF2 , XeF4 ,
XeF6 นอกจากนี้ยังพบสารประกอบออกไฃด์ของฃีนอน เช่น
XeO3 และ XeO4
ก๊าซเฉื่อย หรือ ก๊าซมีตระกูล
มีคุณสมบัติดังนี้
1. เป็นก๊าซที่ไม่ค่อยทำปฏิกิริยากับก๊าซอื่นๆทัง้นี้เพราะมีอิเลคตรอนชั้นนอกสุด
( verent electron ) ครบ 8 อะตอม ( ยกเว้น He ที่มีแค่ 2 อะตอม )
2. มีสถานะเป็นก๊าซทั้งหมด
( 1 โมเลกุล ประกอบด้วย อะตอม 1 อะตอม ) ได้แก่ He , Ar , Ne , Kr , Xe ,
Rn
3. ปัจจุบันพบก๊าซเฉื่อยบางชนิด
เช่น Kr และ Xe สามารถทำปฏิกิริยากับ F และ O ได้ เช่น
KrF2 , XeF2 ,XeF4 ,
XeF6 , XeO3 , XeO4
4. ก๊าซเฉื่อยมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็น
" วันเดอร์วาลส์ " จึงทำให้มีจุดเดือด จุดหลอมเหลวต่ำ
ประโยชน์ของก๊าซเฉื่อย
1. He
ผสมกับ O2ในอัตราส่วน 4 :1
โดยปริมาตรใช้เป็นอากาศหายใจของนักประดาน้ำที่ทำงานใต้ทะเลลึก ซึ่งมีความกดดันสูง
เนื่องจากฮีเลียมละลายในเลือดได้น้อย ถ้าหายใจด้วยอากาศปกติ
ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ของไนโตรเจนอยู่มาก
ก๊าซไนโตรเจนนี้สามารถละลายในเลือดได้ดีที่ความดันสูงๆ
เมื่อนักประดาน้ำกลับขึ้นสู่ผิวน้ำซึ่งมีความดันปกติ
ไนโตรเจนละลายได้น้อยก็แยกตัวออกจากเลือดเป็นฟองก๊าซอยู่ในอวัยวะ เช่น หลอดเลือด
กล้ามเนื้อ ทำให้เจ็บปวดมาก
2. He
และ Ar ใช้เป็นสารหล่อเย็นเพื่อศึกษาสมบัติของสารที่อุณหภูมิต่ำ
3. Ne
และ Ar ใช้เป็นก๊าซบรรจุในหลอดไฟเพื่อยืดอายุการใช้งานของไส้หลอด
4. ก๊าซเฉื่อยใช้ในหลอดไฟโฆษณาเพื่อให้แสงสีต่างๆ
- He ให้แสง สีชมพู
- Ne ให้แสง สีชมพู
- Ar ให้แสง สีม่วงน้ำเงิน
5. Kr
(คริปตอน) ใช้ในหลอดไฟแฟลชสำหรับถ่ายรูปด้วยความเร็วสูง
6. Xe(ซีนอน)
เป็นก๊าซที่ช่วยให้สลบ
7. Rn(เรดอน)เป็นธาตุกัมมันตรังสี
ใช้ในการบำบัดรักษามะเร็ง
8. Ar
และ Kr บรรจุในหลอดผลิตแสงเลเซอร์
เพื่อใช้เป็นตัวกลางที่ทำให้แสงเลเซอร์มีความถี่ต่างๆกันได้