แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคมี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคมี แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557

สารกำหนดปริมาณและร้อยละของผลได้ จากสารผลิตภัณฑ์

สารกำหนดปริมาณ (Limiting Reagent) สารที่เข้าทำปฏิกิริยามีปริมาณไม่พอดีกัน ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะสิ้นสุดเมื่อสารใดสารหนึ่งหมด สาร ที่หมดก่อนจะเป็นตัวกำหนดปริมาณของผลิตภัณฑ์ของสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่า สารกำหนดปริมาณ (Limiting Reagent) สารกำหนดปริมาณในการเกิดปฏิกิริยาเป็นการคำนวณสารจากสมการของปฏิกิริยาที่โจทย์บอกข้อมูลเกี่ยวกับสารตั้งต้นมาให้มากกว่าหนึ่งชนิด ลักษณะโจทย์มี 2 แบบ คือ 1. โจทย์บอกข้อมูลของสารตั้งต้นมาให้มากกว่าหนึ่งชนิด แต่ไม่บอกข้อมูลเกี่ยวกับสารผลิตภัณฑ์ ในการคำนวณต้องพิจารณา ว่าสารใดถูกใช้ทำปฏิกิริยาหมด แล้วจึงใช้สารนั้นเป็นหลักในการคำนวณสิ่งที่ต้องการจากสมการได้ 2. โจทย์บอกข้อมูลของสารตั้งต้นมาให้มากกว่าหนึ่งชนิด และบอกข้อมูลของสารผลิตภัณฑ์ชนิด ใดชนิดหนึ่งมาให้ด้วย ในการคำนวณให้ใช้ข้อมูลจากสารผลิตภัณฑ์เป็นเกณฑ์ในการเทียบหาสิ่งที่ต้องการจากสมการเคมี ร้อยละของผลได้ของสารผลิตภัณฑ์ ในการคำนวณหาปริมาณของผลิตภัณฑ์จากสมการเคมีนั้น ค่าที่ได้เรียกว่า ผลได้ตามทฤษฎี (Theoretical yield) แต่ในทางปฏิบัติจะได้ผลิตภัณฑ์น้อยกว่าตามทฤษฎี แต่จะได้มากหรือน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการและสารเคมีที่ใช้ เรียกผลที่ได้ว่านี้ ผลได้จริง (Actual yield) สำหรับการรายงานผล การทดลองนั้น จะเปรียบเทียบค่าที่ได้ตามทฤษฎีในรูปร้อยละ

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของสาร ในสมการเคมี

ตัวอย่างเช่น
Zn(s)+ 2HCl(aq)------> ZnCl2(aq)+ H2(g)
โมล1211
มวล (g)65.392 x 36.458136.292.016
โมเลกุล6.02 x 10232 x 6.02 x 10236.02 x 10236.02 x 1023
ปริมาตร STP (dm3)---22.4
สำหรับปฏิกิริยาที่เป็นก๊าซล้วน ๆ สามารถใช้สัมประสิทธิ์ของก๊าซต่าง ๆ ในสมการอ่านเป็นมาอ่านเป็นปริมาตรได้ แต่ต้องที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน
N2(g)+ 3H2(g)------->2NH3(g)ที่อุณหภูมิ และความดันเดียวกัน
ปริมาตร (หน่วยปริมาตร)132
การคำนวณเกี่ยวกับสมการเคมี มีหลักทั่วไปดังนี้ 
1. ต้องทราบสมการของปฏิกิริยาเคมีพร้อมดุล 
2. พิจารณาเฉพาะสารที่โจทย์ถาม และกำหนดให้ 
3. แล้วนำสิ่งที่โจทย์กำหนดให้มาคิดคำนวณหาสิ่งที่ต้องการจากสมการได้โดยการเทียบบัญญัติไตรยางค์ ด้วยการใช้ความรู้เรื่องโมล 

หรืออาจจะคำนวณด้วยวิธีหนึ่งโดยนำจำนวนโมลของสารที่โจทย์ถาม และโจทย์กำหนดให้มาเทียบอัตราส่วนกันจะเท่ากับจำนวนโมลที่เป็นสัมประสิทธิ์ของสารที่โจทย์ถามและโจทย์กำหนดให้ตามสมการ 

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

การหาสูตรโมเลกุลของสารทั่วไป

สูตรโมเลกุลเป็นสูตรที่แสดงจำนวนอะตอมของธาตุองค์ประกอบที่มีอยู่ใน 1 โมเลกุลของสาร เช่น ไฮโดรเจนมีสูตรโมเลกุลเป็น H2 แสดงว่า 1 โมเลกุลประกอบด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอม ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีสูตรโมเลกุลเป็น H2O2 แสดงว่า 1 โมเลกุลประกอบด้วยไฮโดรเจนและออกซิเจนธาตุละ 2 อะตอม
การหาสูตรโมเลกุลของสารทั่วไป มีหลักดังนี้ 
1. ต้องทราบสูตรเอมพิริคัล 
2. ต้องทราบมวลโมเลกุลโดยโจทย์กำหนดมาให้ทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ 
3. นำข้อมูลที่ได้จากข้อ 1, 2 หาค่า n โดยใช้สูตร
(มวลของสูตรเอมพิริคัล) x n = มวลโมเลกุล
n = เลขเป็นจำนวนเต็มบวก เช่น 1, 2, 3 

การปัดจุดทศนิยมของค่า n ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ให้ปัดขึ้นอีกหนึ่ง แต่ถ้าต่ำกว่า 0.5 ก็ปัดทิ้งไป เช่น 3.6 ก็ให้ปัดจุดทศนิยมเป็น 4.0 และ 2.2 ปัดจุดทศนิยมเป็น 2.0 

การหาสูตรเอมพิริคัล

สูตรเอมพิริคัล เป็นสูตรที่แสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของธาตุองค์ประกอบ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีสูตรโมเลกุลเป็น H2O2 อัตราส่วนอย่างต่ำของจำนวนอะตอม H : O เท่ากับ 1 : 1 สูตรเอมพิริคัลจึงเป็น HO กลูโคสมีสูตรโมเลกุลเป็น C6H12O6 อัตราส่วนอย่างต่ำของจำนวนอะตอม C : H : O เท่ากับ 1 : 2 : 1 สูตรเอมพิริคัลจึงเป็น CH2O
การหาสูตรเอมพิริคัล มีหลักดังนี้ 
1. ต้องทราบว่าสารที่จะหาสูตรเอมพิริคัลประกอบด้วยธาตุใดบ้าง 
2. ต้องทราบมวลอะตอมของแต่ละธาตุในสารที่จะหาสูตรเอาพิริคัล 
3. ต้องทราบมวลของแต่ละธาตุในสารที่จะหาสูตร 
4. ให้ข้อมูลจากข้อ 1, 2 และ 3 หาอัตราส่วนโดยโมล ด้วยการนำมวลของแต่ละธาตุหารด้วยมวลอะตอมของมันมาเข้าอัตราส่วน 

5. สำหรับการปัดจุดทศนิยมของตัวเลขในการหาอัตราส่วนโดยโมล โดยทำตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง ให้เป็น 1 แล้วจึงปัดจุดทศนิยมด้วยวิธีปัด 0.1 - 0.2 ทิ้ง ถ้าเป็น 0.8 - 0.9 ปัดขึ้นอีก 1 ถ้าเป็น 0.0 - 0.7 ปัดไม่ได้ต้องหาตัวเลขที่ต่ำที่สุดมาคูณตัวเลขของอัตราส่วนโดยโมลให้มีค่าใกล้กับที่ จะปัดจุดทศนิยมได้ แล้วปัดจุดทศนิยมตัวเลขให้เป็นจำนวนเต็ม อนึ่งการปัดจุดทศนิยม ถ้าตัวเลขปัดจุดทศนิยมไม่ได้ ตัวเลขทุกตัวของอัตราส่วนโดยโมลนั้นก็จะไม่ปัดจุดทศนิยม หาตัวเลข มาคูณให้ได้ตัวเลขที่จะปัดจุดทศนิยมได้อัตราส่วนโดยโมลที่เป็นจำนวนเต็มได้สูตรเอมพิริคัล 

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

มวลของสารในปฎิกิริยาเคมี

การเปลี่ยนแปลงของสารในปฏิกิริยาใดๆ ต้องมีการกำหนดขอบเขตการศึกษา ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนที่อยู่ภายในขอบเขตของการศึกษาซึ่งรวมทั้งก่อนการเปลี่ยนแปลงและหลังการเปลี่ยนแปลงเรียกว่า ระบบ กับส่วนที่อยู่นอกขอบเขตที่ศึกษา เช่นภาชนะ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือวัดต่างๆเรียกว่า สิ่งแวดล้อม เช่น การทำน้ำให้เป็นน้ำแข็ง ระบบก่อนการเปลี่ยนแปลงคือน้ำ และระบบหลังการเปลี่ยนแปลงคือน้ำแข็ง ส่วนสิ่งแวดล้อมก็คือภาชนะ ระบบมีอยู่ 2 ระบบดังนี้ 
1. ระบบปิด คือ ระบบที่ไม่มีการถ่ายเทมวลของสารระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม 
2. ระบบเปิด คือ ระบบที่มีการถ่ายเทมวลของสารระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม
การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสารจำเป็นต้องระบุสมบัติต่างๆ ของระบบ เช่น มวล อุณหภูมิ ปริมาตร ความดัน ถ้าตรวจสอบได้ว่าสมบัติใดของระบบมีการเปลี่ยนแปลงก็ถือได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระบบ สมบัติของสารและปัจจัยที่มีผลต่อสมบัติของระบบเรียกว่า ภาวะของระบบ
ในปี พ.ศ. 2317 อองตวน-โลรอง ลาวัวซิเอ ได้ทดลองเผาสารในหลอดที่ปิดสนิทพบว่า มวลรวมของสารก่อนเกิดปฏิกิริยา เท่ากับมวลรวมของสารหลังทำปฏิกิริยา จึงตั้งเป็นกฎเรียกว่า กฎทรงมวล

โจเชฟ เพราสต์ ได้ศึกษาการเตรียมสารประกอบบางชนิด พบว่าสารประกอบชนิดหนึ่งที่เตรียมด้วยวิธีการที่แตกต่างกันมีอัตราส่วนโดยมวลของธาตุที่รวมกันเป็นสารประกอบหนึ่ง ๆ จะมีค่าคงที่ จึงตั้งเป็นกฎเรียกว่า กฎสัดส่วนคงที่ ตัวอย่างเช่น สารประกอบคอปเปอร์(II)ซัลไฟด์ ( CuS ) ที่เกิดจากการรวมตัวของทองแดงและกำมะถันจะมีอัตราส่วนโดยมวลเท่ากับ 2:1 เสมอ 

สมบัติคอลลิเกตีฟ



สารละลายเป็นสารเนื้อเดียวที่ได้จากการผสมสารบริสุทธ์ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน ถ้าสารที่นำมาผสมกันมีสถานะเดียวกันจะถือว่าสารที่มีปริมาณมากที่สุดเป็นตัวทำละลาย ส่วนสารที่มีปริมาณน้อยกว่าเป็นตัวละลาย จุดเดือดของสารละลายสูงกว่าตัวทำละลายบริสุทธิ์ และจุดหลอมเหลวของสารละลายต่ำกว่าตัวทำทำละลายบริสุทธิ์ และถ้าสารละลายที่มีความเข้มข้นในหน่วยโมลต่อกิโลกรัมเท่ากัน จะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวเท่ากัน โดยที่ตัวละลายจะเป็นสารใดก็ได้แต่ต้องเป็นสารที่ระเหยยากและไม่แตกตัวเป็นไอออน ส่วนสารละลายที่มีความเข้มข้นต่างกัน แม้จะมีตัวทำละละายชนิดเดียวกันก็มีค่าจุดเดือดและจุดหลอมเหลวไม่เท่ากัน
สูตรเกี่ยวกับสารละลายที่มีสมบัติคอลลิเกตีฟ 
1. จุดเดือด 
 
 = จุดเดือดของสารละลาย - จุดเดือดของตัวทำละลาย (องศาเซลเซียส) 
Kb = ค่าคงที่ของการเพิ่มขึ้นของจุดเดือดของสารละลาย (องศาเซลเซียส/mol/kg) 
m = ความเข้มข้นของสารละลาย (mol/kg) 
m1 = มวลตัวถูกละลาย (g) 
m2 = มวลของตัวทำละลาย (g) 
MW1 = มวลโมเลกุลของตัวถูกละลาย
2. จุดหลอมเหลว (หรือจุดเยือกแข็ง) 
 
 = จุดเยือกแข็งของตัวทำละลาย - จุดเยือกแข็งของสารละลาย (องศาเซลเซียส) 
Kf = ค่าคงที่ของการลดลงของจุดเยือกแข็งของสารละลาย (องศาเซลเซียส/mol/kg)
3.สารละลายชนิดเดียวกันมีความเข้มข้นเท่ากัน จุดเดือดและจุดเยือกแข็งสัมพันธ์กันดังนี้ 
 

สรุปสูตรการคำนวณของสารละลาย

1. ร้อยละโดยมวลของตัวถูกละลาย
2. ร้อยละโดยปริมาตรของตัวถูกละลาย
3. ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรของตัวถูกละลาย
4. mol/dm3
5. mol/kg
6. สารละลายที่มีความเข้มข้น C mol/dm3 จำนวน V dm3 จำนวนโมลของตัวถูกละลาย n mol
7. สารละลายที่มีความเข้มข้น C mol/dm3 จำนวน V dm3 จำนวนโมลของตัวถูกละลาย n mol
8. การเปลี่ยนหน่วยสารละลายจากหน่วย ร้อยละ -----------> mol/dm3 
8.1 ร้อยละโดยมวล ---------> mol/dm3  
C = ความเข้มข้น (mol/dm3) d = ความหนาแน่นของสารละลาย (g/cm3)
X = ความเข้มข้น (% โดยมวล) M = มวลโมเลกุลของตัวถูกละลาย
8.2 ร้อยละโดยปริมาตร --------------> mol/dm3  
D = ความหนาแน่นของตัวทำละลาย (g/cm3) x = ความเข้มข้นของสารละลาย (% โดยปริมาตร) 
8.3 ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร ---------------> mol/dm3  
X = ความเข้มข้นของสารละลาย (ร้อยละมวลต่อปริมาตร)
9. การเตรียมสารละลายเจือจางโดยการเติมน้ำ 
โมลของตัวถูกละลายก่อนเติมน้ำ = โมลของตัวถูกละลายหลังเติมน้ำ
สารละลาย C1 mol/dm3 จำนวน V1 cm3 เติมน้ำเป็นสารละลาย C2 mol/dm3 จำนวน V>2 cm3
10. การเตรียมสารละลายโดยการผสมสารละลายชนิดเดียวกันความเข้มข้นต่างกัน แต่ปริมาตรที่ใช้ต่างกัน
 
C1V1 และ C แทนความเข้มข้นของสารละลายมีหน่วยเป็น mol/dm3 
C2V2 และ V แทนปริมาตรของสารละลายมีหน่วยสอดคล้องกัน เช่น cm3 หรือ dm3 เหมือนกัน

สารละลาย Solution

สารละลาย (Solution) คือ สารเนื้อเดียวที่มีสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน ประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวถูกละลาย ถ้าตัวถูกสารละลายและตัวทำละลายมีสถานะเดียวกันสารละลายที่มีปริมาณมากกว่าเป็นตัวทำละลาย แต่ถ้าสารทั้งสองมีสถานะแตกต่างกันสารที่มีสถานะเดียวกันกับสารละลายเป็นตัวทำละลาย 
หน่วยของสารละลาย เป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณของตัวละลายที่ละลายอยู่ในตัวทำละลายหรือในสารละลายนั้น วัดในรูปความเข้มข้นปริมาณตัวถูกละลายต่อปริมาณสารละลาย (ยกเว้นหน่วยโมลต่อกิโลกรัม) 
1. ร้อยละ 
1.1 ร้อยละโดยมวล(มวล/มวล) คือ ปริมาณมวลของตัวถูกละลายในมวลของสารละลาย 100 หน่วยมวล 
1.2 ร้อยละโดยปริมาตร(ปริมาตร/ปริมาตร) คือ ปริมาตรของตัวถูกละลายในสารละลายปริมาตร 100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้กับสารละลายที่เป็นของเหลว เช่น สารละลายแอลกอฮอล์เข้มข้นร้อยละ 20 โดยปริมาตร หมายความว่าสารละลายนี้ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตรจะมีแอลกอฮอล์ละลายอยู่ 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร 
1.3 ร้อยละมวลต่อปริมาตร คือ ปริมาณของตัวถูกละลายในปริมาตรของสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร โดยทั่วไปถ้ามวลของตัวถูกละลายมีหน่วยเป็นกรัม ปริมาตรของสารละลายจะมีหน่วยเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร และถ้ามวลของตัวถูกละลายมีหน่วยเป็นกิโลกรัม ปริมาตรของสารละลายจะมีหน่วยเป็นลูกบาศก์เดซิเมตรหรือลิตร หน่วยมวลและหน่วยปริมาตรต้องให้สอดคล้องกันด้วย
2. โมลาริตี หรือโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร (mol/dm3 หรือ mol/l) เป็นหน่วยที่บอกจำนวนโมลของตัว ถูกละลายในสารละลาย 1 ลูกบาศก์เดซิเมตร หน่วยความเข้มข้นเป็นโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรอาจเรียกย่อได้เป็นโมลาร์ (Molar) ใช้สัญลักษณ์ M 
3. โมแลลิตี หรือ โมลต่อกิโลกรัม (mol/kg) เป็นหน่วยที่บอกจำนวนโมลของตัวถูกละลายที่ละลาย ในตัวทำละลาย 1 กิโลกรัม จึงมีหน่วยเป็น mol/kg หรือเรียกว่า โมแลล (Molal) ใช้สัญลักษณ์ m 
4. เศษส่วนโมล (Mole fractions) คือ สัดส่วนจำนวนโมลของสารองค์ประกอบหนึ่งต่อจำนวนโมลรวม ของสารทุกชนิดในสารละลาย ใช้สัญลักษณ์ X เช่น สารละลายชนิดหนึ่งประกอบด้วยสาร A a mol, B b mol และ C c mol จะได้เศษส่วนโมลของสาร A, B และ C ดังนี้ 
เศษส่วนโมลของสาร A (XA) = a / ( a + b + c ) 
เศษส่วนโมลของสาร B (XB) = b / ( a + b + c ) 
เศษส่วนโมลของสาร C (XC) = c / ( a + b + c ) 
ผลรวมของเศษส่วนโมลของสารองค์ประกอบทั้งหมดคือ XA + XB + XC มีค่าเท่ากับ 1 และเมื่อนำค่าเศษส่วนโมลของแต่ละสารมาคูณด้วยร้อย จะได้ความเข้มข้นในหน่วยร้อยละโดยมวลของสารนั้น 
ร้อยละโดยมวลของสาร A = เศษส่วนโมลของสาร A * 100 
ร้อยละโดยมวลของสาร B = เศษส่วนโมลของสาร B * 100 
ร้อยละโดยมวลของสาร C = เศษส่วนโมลของสาร C * 100
5. ส่วนในล้านส่วน (parts per million; ppm) เป็นหน่วยที่บอกมวลของตัวถูกละลายที่ละลายอยู่ในสารละลาย 1 ล้านหน่วยมวลเดียวกัน ซึ่งเป็นหน่วยความเข้มข้นของสารละลายที่เจือจางมาก ๆ หรืออาจใช้แสดงปริมาณของสิ่งเจือปนที่มีอยู่ในสารเคมีที่บริสุทธิ์ต่าง ๆ เช่น สารละลายโพแทสเซียมไนเตรตเข้มข้น 2 ppm หมายความว่ามีโพแทสเซียมไนเตรตเป็นตัวละลาย 2 ส่วน (กรัม) ละลายอยู่ในสารละลาย 1 ล้านส่วน (กรัม) หรือ 106 กรัม 
 

ในกรณีที่สารละลายเจือจางมากๆ มวลของสารละลายมีค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมวลของตัวทำละลาย ทำให้มวลของสารละลายมีค่าใกล้เคียงกันมากกับมวลของตัวทำละลายจนถือว่าเท่ากันได้ 

โมล

โมล เป็นหน่วยบอกจำนวนอนุภาคของสาร ซึ่งหมายถึงปริมาณของสารที่มีจำนวนอนุภาคเท่ากับจำนวนอะตอมของคาร์บอน-12 ที่มีมวล 12 กรัม เราทราบแล้วว่าคาร์บอน-12 จำนวน 1 อะตอม มีมวล 12.00 * 1.66 * 10-24 กรัม 
ดังนั้น เราสามารถคำนวณหาจำนวนอะตอมของคาร์บอน-12 ที่มีมวล 12 กรัมได้ โดยสมมุติให้คาร์บอน 12 กรัมมีจำนวนอนุภาคเท่ากับ a อะตอม เมื่อเขียนในรูปอัตราส่วนที่เท่ากับอัตราส่วนแรกจะเป็นดังนี้ 
แสดงว่าคาร์บอน-12 ที่มีมวล 12 กรัม ประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอน 6.024096 * 1023 อะตอม จำนวน 6.02 * 1023 นี้เรียกว่า เลขอาโวกาโดร และกำหนดให้สารที่มีจำนวนอนุภาคเท่ากับเลขอาโวกาโดร คิดเป็นปริมาณ 1 โมล ดังนั้น 
สาร 1 โมลมี 6.02 * 1023 อนุภาค 
สาร 2 โมลมี 2 * 6.02 * 1023 อนุภาค 
สาร 0.5 โมลมี 0.5 * 6.02 * 1023 อนุภาค
 
การบอกปริมาณของสารเป็นโมล จะทำให้ทราบจำนวนอนุภาคของสารนั้นได้ ปริมาณของสารในหน่วยโมลมีความสัมพันธ์กับปริมาณอื่นๆดังนี้ 
1. จำนวนโมลของสาร 
ธาตุใดๆ ที่มีปริมาณ 6.02 * 1023 อะตอมหรือ 1 โมล จะมีมวลเป็นกรัมเท่ากับมวลอะตอมของธาตุนั้นๆ เช่น แมกนีเซียมมีมวลอะตอมเท่ากับ 24.3 ดังนั้นแมกนีเซียม 1 โมลหรือ 6.02 * 1023 อะตอมจะมีมวล 24.3 
สารใดๆ 1 โมลหรือ 6.02 * 1023 โมเลกุลจะมีมวลเป็นกรัมเท่ากับมวลโมเลกุลของสารนั้น เช่น คลอรีนมีมวลโมเลกุลเท่ากับ 71 ดั้งนั้นคลอรีน 1 โมลหรือ 6.02 * 1023 โมเลกุลจะมีมวล 32 กรัม
2. ปริมาตรต่อโมลของก๊าซ 

ปริมาตรของก๊าซเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิและความดัน การบอกปริมาตรของก๊าซจึงต้องระบุอุณหภูมิและความดันไว้ด้วย นักวิทยาศาสตร์กำหนดให้อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส และความดัน 1 บรรยากาศเป็นภาวะมาตรฐาน (Standard Temperature and Pressure) และเรียกย่อว่า STP เช่นก๊าซออกซิเจน 32 กรัม (ปริมาณ 1 โมล) มีปริมาตรเท่ากับ 22.4 ลูกบาศก์เดซิเมตรที่ STP หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าปริมาตรต่อโมลของก๊าซออกซิเจนมีค่า 22.4 ลูกบาศก์เดซิเมตรที่ STP 


วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

มวลโมเลกุล

iPhone,พยากรณ์อากาศ,,youtube,18+,fixgear,hack,samsung
โมเลกุลของธาตุประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน เช่น โมเลกุลของก๊าซออกซิเจนประกอบด้วยธาตุออกซิเจน 2 อะตอม ส่วนโมเลกุลของสารประกอบที่ประกอบด้วยอะตอมของธาตุต่างชนิดกันเช่น โมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน 1 อะตอมและธาตุออกซิเจน 2 อะตอม 


ในกรณีที่ไม่ทราบชนิดและจำนวนอะตอมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบในโมเลกุลของสาร แต่ทราบมวลเป็นกรัมของสาร 1 โมเลกุล จะหามวลโมเลกุลของสารได้จากความสัมพันธ์ดังนี้
MSX,Z250 ,Mazda,Suzuki Ertiga ,Zoomer-X,ios 7,android
1. ใช้การเปรียบเทียบเช่นเดียวกับการหามวลอะตอม 
Facebook,บทความ,Insurance,Classes,Loans,Mortgage
การศึกษาอนุภาคมูลฐาน
2. คิดจากผลบวกของอะตอมของธาตุต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบใน 1 โมเลกุลของสารนั้น 
รถมือสอง,วันพีช,One Piece,attack on titan,ไทยรัฐ,ข่าว,
มวลโมเลกุล H2O = (2x1) 16 = 18 



มวลโมเลกุล CuSO4 * 5H2O = 63.5 + 32 + (4x16) + (5x18) = 249.5 
รถมือสอง,วันพีช,One Piece,attack on titan,ไทยรัฐ,ข่าว,
"ชีวิต" บนดาวอังคาร, "เอดส์"...มาจากไหน, 10อันดับแมวยอดฮิต, academic, ADENOSINETRIPHOSPHATE, Aerobic respiration, Alcaligenes eutrophus, Biological Weapon, Biological Weapons Convention, biology, BIOTEC, Biotechnology, Body, businesses style, Carbohydrate, chemical, classes, Composition Of A Good Nutrient Rich Diet, Dietary Fiber, DNA, Does Menopause Increase Risk of Diabetes?, Education, Fibers Rubber, GLYCOLYSIS, hack, hacker, hacker แฮกรหัสผ่านอีเมลฮอสเมล์ของคุณได้ยังงัย วิธีป้องกันควรทำอย่างไหร่, hacking ATm, Hyminoptera, Insurance, Is Cellulite My Fault?, Isopthera, Macrotemes, MEDICINE, metabolism, Monomer, Natural of life, Octane number, Organ, Palcontology, Parasitology, Pasteurella pestis, Pathology, physics, PINATUBO กับปรากฎการณ์ เรือนกระจก, PLAGUE, Plastic, Polyacetylene, Polyhydroxybutyrate, Polymer, science, Social Hormone, Tissue, Trojan, What Are Lancet Devices and Lancets?, What is a normal pulse rate?, work, กฎของชาร์ล, กฎของบอยล์, กฎรวมก๊าซ, กฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน, กรดอะมิโนและพันธะเพปไทด์, กราฟการไตเตรตกรด-เบส, การกรอง, การกลั่น และ การกลั่นลำดับส่วน, การกินพืชผักอย่างถูกวิธี, การควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวาน, การค้นหาดาวเคราะห์ นอกสุริยจักรวาล, การจัดกลุ่มธาตุ 20 ธาตุแรกโดยใช้เกณฑ์ย่อย, การจัดธาตุลงในตารางธาตุ, การจัดเรียงอนุภาคในของแข็ง, การจำแนกสารโดยใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์, การตกผลึก, การทดสอบสภาพถ่านไฟฉาย, การทำน้ำแข็งแห้ง, การทำไนโตรเจนเหลว, การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณ ก๊าซ O2 เป็นเกณฑ์, การประกันคุณภาพการวัดปริมาณรังสี ในระดับปานกลางและระดับต่ำฯ, การป้องกันตัวเองจากการถูกล้วงรหัสผ่านต่างๆ, การป้องกันตัวเองจากการโดนแฮกเงินในธนาคาร, การฝั่งScrib ไว้ตามเว็บบอร์ดวิธีการที่แฮกเกอร์ใช้ในการคุกคาม, การระเหยให้แห้ง, การรู้เรื่องปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต, การศึกษา, การศึกษาอนุภาคมูลฐาน, การสกัดด้วยตัวทำละลาย, การสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ, การสร้างโทรจัน และการป้องกัน, การสร้างโทรจันและการฝั่งโทรจัน, การหาค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐาน, การหายใจระดับเซลล์, การหาสมการการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย, การเก็บรักษาแสงอาทิตย์, การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นวงกลม ในแนวดิ่ง, การเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย (Simple Harmonic Motion), การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล, การเตรียมสารส้มจากกระป๋องน้ำอัดลม, การเปรียบเทียบ สารละลาย คอลลอยด์ และสารแขวนลอย, การเปลี่ยนหน่วยหรือการเทียบหน่วย, การเผาไหม้, การเพาะเลี้ยงเซลล์ผิวหนังมนุษย์เพื่อประโยชน์ในการเยียวยารักษา, การแกว่งของลูกตุ้มนาฬิกา (simple pendulum), การแยกลักษณะของพลังงาน, การใช้กรวยแยก, การไตเตรตกรด-เบส, กาวไฟบริน หยุดเลือดจากอิสราเอลสู่แพทย์ไทย, กำลังม้า, กำเนิดชีวิตบนโลก, กินคาร์โบไฮเดรตแล้วทำให้อ้วนจริงหรือ, กินเยอะ ๆ ดีมั๊ย, กินให้มากแล้วจะอ้วนน้อยลง, ก๊าฃเฉื่อย หรือ ก๊าฃมีตระกูล, ก๊าซอัดความดัน, คลายเครียดด้วยอาหาร, คลื่น, คลื่นวิทยุ...มลพิษชนิดใหม่, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, ความดันไอกับจุดเดือดของของเหลว, ความฝืด, ความหนาแน่น, ความเฉื่อย, ความเร็วและความเร่งของของการเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย, คาร์โบไฮเดรต, คีโตน, งา : เมล็ดพืชที่มีคุณค่าน่าสนใจ, งาน, จอมปลวก, จะทดสอบโปรตีน (&alpha-amino acid) อย่างประหยัดและรวดเร็วได้อย่างไร, จุดเดือด และจุดหลอมเหลว, ชาเขียว....เพื่อสุขภาพ, ชีววิทยา, ชีววิทยาคืออะไร, ชุดอุปกรณ์สาธิตการเกิดลม, ดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์และเส้นใยนำแสง, ตรวจมะเร็งเต้านมวิธีใหม่, ตัวทำละลายและตัวถูกละลาย, ตารางธาตุ, ตารางแสดงสมบัติทางกายภาพของโลหะกับอโลหะ, ตำนานความสัมพันธ์คนและม้า, ตู้เย็นประหยัดไฟ, ต่อมลูกหมากคืออะไร, ทฤษฎีจลน์ของก๊าซ, ทางเลือกในการพัฒนาสมองด้วย สาร DHA, ทำไม...รอยสักจึงติดง่ายแต่ลบยาก, ทำไมนิ้วมือนิ้วเท้าจึงเหี่ยวย่นเมื่อไปว่ายน้ำ, ทำไมไวน์ต้องทำจากองุ่น, ธาตุ, ธาตุและสารประกอบที่สำคัญ, นาฬิกาปรมาณู, น้ำพุในขวดแก้ว, น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ, น้ำแข็งบนดวงจันทร์, บทความภาษาอังกฤษ, บทบาทของอาหารต่อการควบคุมไขมันในเลือด, บริจาคโลหิตพิชิตหัวใจวาย, ปฎิกิริยาไฟฟ้าเคมี, ประวัติการค้นพบและการจัดธาตุลงในตารางธาตุ, ประโยชน์ของค่า E0, ปรากฏการณ์สภาพนำยิ่งยวด H.K. Onnes, ปริมาณสารสัมพันธ์, ปริศนาอาทิตย์, ปลวก, ปิโตรเลียม, ปุ๋ย, ปุ๋ยสูตร, ผงซักฟอก, ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์, ผัก ผลไม้กับการป้องกันมะเร็ง, ผ้าทนไฟ, พลังงาน, พลังงานไม่สูญหายฯ, พลาสติกปฎิวัติอุตสาหกรรมการพิมพ์, พลาสติกสลายตัวได้(จริง ๆ) หรือ, พอลิเมอร์, พันธุกรรมพืช...กับการอนุรักษ์, ฟิสิกส์, มนุษย์กับแมลง, มวลอะตอม, มองเห็นแสง...แสงทำให้มองเห็น, มะเร็ง, มะเร็ง!....วงชีวิตของเซลล์ที่ควบคุมไม่ได้, มะเร็งเต้านม, มัลติมิเตอร์แบบตัวเลข, มัลติมิเตอร์แบบเข็ม, มารู้จักกับ "สัตว์ประหลาดตัวจิ๋ว", มาสร้างภูมิต้านทานตามธรรมชาติให้ร่างกายกันเถอะ, มีสิ่งที่เล็กกว่าอะตอมหรือไม่, ยาแก้แพ้, ยาและสารต้องห้ามในการกีฬา, ยีสต์ จุลินทรีย์มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์, วัคซีนป้องกันมาลาเรียของ Patarroyo, วัฏจักรชีวิตในกองดิน, วันที่กลางวันยาวที่สุดในรอบปี, วาติกันเคลียร์บาปให้กาลิเลโอ กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง, วิชาการ, วิตามินซีคุ้มกันมะเร็งได้, วิตามินสำหรับเหงือกและฟัน, วิตามินอี กับการป้องกันโรค, วิทยาศาสตร์, สถานะของสาร, สบู่, สมบัติของของเหลว, สมบัติของของแข็ง, สมบัติทั่วไปของสารประกอบ, สมาธิ คือยารักษาโรค, สรรพคุณ (ลับเฉพาะ) ของวิตามินซี, สร้างสสารจากแสง, สัญญาณที่เร็วกว่าแสง, สารต้านจุลินทรีย์ในอาหาร, สารประกอบ, สารประกอบคลอไรด์, สารประกอบคลอไรด์ในชีวิตประจำวัน, สารประกอบออกไซด์, สารประกอบไฮโดรคาร์บอน, สารประเภทไฮโดรคาร์บอน, สารละลาย, สารละลาย และ สารบริสุทธิ์, สารอาหารต่าง ๆ สำหรับกระดูกนอกจากแคลเซียม, สารเมทิลีน คลอไรด์, สิ่งมีชีวิต - พืช, สิ่งมีชีวิต - สัตว์, สุขภาพ คืออะไร, สุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ, สเปคตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, สเปรย์, หน่วยและปริมาณพื้นฐานทางฟิสิกส์, หมู่ฟังก์ชั่น, หูตึง, ห่วงโซ่อาหาร, ออสซิลโลสโคป, อะตอมและแบบจำลองอะตอม, อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน, อะไรแข็งกว่าเพชร, อาวุธชีวภาพ, อาวุธเชื้อโรค, อาหาร, อาหารกับการป้องกันมะเร็ง, อาหารต้านต้อกระจก, อาหารต้านหวัด, อาหารที่ช่วยป้องกันกระดูกพรุน, อาหารป้องกันและต่อต้านมะเร็ง, อิมัลซิฟายเออร์, อุกกาบาต, อุตสาหกรรมเคมี, อุบัติการ์ณดาวชนดาว, ฮอร์โมน, ฮอร์โมนพืช-แอสไพริน, เคมี, เครื่องตรวจสอบคุณภาพสายไฟฟ้า, เครื่องวัดความยาว, เครื่องวัดความสว่าง, เครื่องวัดระดับเสียง, เครื่องวัดสนามแม่เหล็ก, เครื่องเร่งแสง, เซลล์กัลวานิก, เซลล์ปฐมภูมิ, เซลล์อิเล็กโทรไลต์, เซลล์เชื้อเพลิง, เทคนิคการไตเตรตกรด-เบส, เทคโนโลยีชีวภาพ, เปลือกกุ้งสารพัดประโยชน์, เมื่อคนใช้ไตหมูแทนไตเทียม, เมื่อเชื้อดื้อยา, เรานอนหลับเพื่ออะไร, เรื่องที่น่าสนใจ, เลขออกเทน, เล่นแร่ แปรธาตุ แบบไฮเทค, เส้นใย อาหารเพื่อคุณภาพชีวิต, เอนไซม์, เอมีน, เอสเทอร์, เอไมด์, แบคทีเรียขจัดสารพิษ, แบคทีเรียจับกับระเบิด, แปะก๊วยพืชมหัศจรรย์, แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล, แรงโน้มถ่วงของโลก, แสงไฟกับการอนุรักษ์เต่าทะเล, แหล่งกำเนิดใหม่ ๆ ของพลังงาน, แอลกอฮอล์และกรดอินทรีย์, แอลดีไฮด์, แฮกเกอรทำยังงัยถึงสามารถแฮกเงินคุณจากธนาคารได้, โครงสร้างอะตอม, โครมาโตรกราฟี, โครโมโคกราฟี, โคเคน ไม้ต้องห้าม, โทรจัน, โปรตีน, โมเมนตัม (Momentum), โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ...จริงหรือ, โรคทางพันธุกรรม, โรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส (Multiple Scleroisi), โรคเอ๋อ : โรคที่ป้องกันได้, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ, ใยอาหารกับสุขภาพ, ใยอาหารป้องกันโรค, ใยอาหารอันทรงคุณค่า, ใยอาหารเคล็ดลับแห่งสุขภาพ, ไขมันและน้ำมัน, ไข่สุขภาพ, ไนโตรเจน, ไวรัส, ไอโซเมอริซึม, ไอโอดีนป้องกันสารกัมมันตภาพรังสี

มวลอะตอม


เนื่องจากอะตอมของแต่ละธาตุมีมวลน้อยมาก เช่น อะตอมของไฮโดรเจนมีมวล 1.66 * 10-24 กรัม อะตอมของออกซิเจนมีมวล 2.65 * 10-23 กรัม ทำให้ไม่สามารถชั่งมวลของธาตุ 1 อะตอมได้โดยตรง ดอลตันจึงได้พยายามหามวลอะตอมของแต่ละธาตุโดยใช้วิธีการเปรียบเทียบว่าอะตอมาตุชนิดหนึ่งมีมวลเป็นกี่ท่าของอะตอมของอีกธาตุหนึ่งที่กำหนดให้เป็นมาตรฐาน iPhone,พยากรณ์อากาศ,youtube,18+,fixgear,hack,samsung,การศึกษาอนุภาคมูลฐาน
ดอลตันได้พบว่าไฮโดรเจนเป็นธาตุที่อะตอมมีมวลน้อยที่สุด จึงเสนอให้ใช้ไฮโดรเจนเป็นธาตุมาตรฐานในการเปรียบเทียบเพื่อหามวลอะตอมของธาตุอื่นๆ โดยกำหนดให้ไฮโดรเจน 1 อะตอมมีมวลเป็น 1 หน่วย ด้วยวิธีการเช่นนี้ อะตอมของคาร์บอนมีมวลเป็น 12 เท่าของไฮโดรเจนก็จะมีมวลเป็น 12 หน่วย อะตอมของออกซิเจนมีมวลเป็น 16 เท่าของไฮโดรเจนก็จะมีมวลเป็น 16 หน่วย ตัวเลขที่ได้จากการเปรียบเทียบมวลของธาตุ 1 อะตอมกับมวลของธาตุมาตรฐาน 1 อะตอม เรียกว่า มวลอะตอมของธาตุ
ต่อมานักวิทยาศาสตร์จึงได้ตกลงใช้คาร์บอน-12 ซึ่งเป็นไอโซโทปหนึ่งของคาร์บอนเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบมวล เนื่องจากธาตุคาร์บอนสามารถทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นๆ เกิดเป็นสารประกอบได้เป็นจำนวนมาก และคาร์บอน-12 เป็นไอโซโทปที่มีปริมาณสูงกว่าไอโซโทปอื่นๆ ของคาร์บอนอีกด้วย โดยกำหนดให้คาร์บอน-12 จำนวน 1 อะตอมมีมวล 12 หน่วยมวลอะตอม ดังนั้น 1 หน่วยมวลอะตอมจึงมีค่าเท่ากับ 1/12 มวลของคาร์บอน-12 จำนวน 1 อะตอมหรือเท่ากับ 1.66 * 10-24 กรัม ค่าของมวลอะตอมของธาตุจึงเขียนเป็นความสัมพันธ์ไดดังนี้
facebook,บทความ,Insurance,Classes,Loans,Mortgage,การศึกษาอนุภาคมูลฐาน

facebook,บทความ,Insurance,Classes,Loans,Mortgage,การศึกษาอนุภาคมูลฐาน
ธาตุส่วนใหญ่ในธรรมชาติมีหลายไอโซโทป และแต่ละไอโซโทปมีปริมาณมากน้อยต่างกัน มวลอะตอมของคาร์บอนที่คำนวณได้นี้เป็นค่ามวลอะตอมที่เฉลี่ยของคาร์บอน ซึ่งสอดคล้องกับค่ามวลอะตอมของธาตุที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติ ดังนั้นค่ามวลอะตอมของธาตุใดๆ ในตารางธาตุจึงเป็นค่ามวลอะตอมเฉลี่ยซึ่งขึ้นอยู่กับค่ามวลอะตอมและปริมาณของแต่ละไอโซโทปที่พบอยู่ในธรรมชาติ ปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์จึงหามวลอะตอมและปริมาณของไอโซโทปของแต่ละธาตุ โดยใช้เครื่องมือเรียกว่า แมสสเปกโตรมิเตอร์ ทำให้ได้ค่าที่แน่นอนและมีความถูกต้องสูง
HONDA,Vios,Nissan,Isuzu,Mitsubishi ,Accord,
ตัวอย่างเช่น การคำนวณหามวลของ Li 3.01 x 1024 อะตอม จากข้อมูลต่อไปนี้
ไอโซโทป%ที่มีในธรรมชาติมวลอะตอม
7.006.0200
93.007.0100


 
MSX,Z250 ,Mazda,Suzuki Ertiga ,Zoomer-X,ios 7,android,



การศึกษาอนุภาคมูลฐาน,"ชีวิต" บนดาวอังคาร, "เอดส์"...มาจากไหน, 10อันดับแมวยอดฮิต, academic, ADENOSINETRIPHOSPHATE, Aerobic respiration, Alcaligenes eutrophus, Biological Weapon, Biological Weapons Convention, biology, BIOTEC, Biotechnology, Body, businesses style, Carbohydrate, chemical, classes, Composition Of A Good Nutrient Rich Diet, Dietary Fiber, DNA, Does Menopause Increase Risk of Diabetes?, Education, Fibers Rubber, GLYCOLYSIS, hack, hacker, hacker แฮกรหัสผ่านอีเมลฮอสเมล์ของคุณได้ยังงัย วิธีป้องกันควรทำอย่างไหร่, hacking ATm, Hyminoptera, Insurance, Is Cellulite My Fault?, Isopthera, Macrotemes, MEDICINE, metabolism, Monomer, Natural of life, Octane number, Organ, Palcontology, Parasitology, Pasteurella pestis, Pathology, physics, PINATUBO กับปรากฎการณ์ เรือนกระจก, PLAGUE, Plastic, Polyacetylene, Polyhydroxybutyrate, Polymer, science, Social Hormone, Tissue, Trojan, What Are Lancet Devices and Lancets?, What is a normal pulse rate?, work, กฎของชาร์ล, กฎของบอยล์, กฎรวมก๊าซ, กฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน, กรดอะมิโนและพันธะเพปไทด์, กราฟการไตเตรตกรด-เบส, การกรอง, การกลั่น และ การกลั่นลำดับส่วน, การกินพืชผักอย่างถูกวิธี, การควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวาน, การค้นหาดาวเคราะห์ นอกสุริยจักรวาล, การจัดกลุ่มธาตุ 20 ธาตุแรกโดยใช้เกณฑ์ย่อย, การจัดธาตุลงในตารางธาตุ, การจัดเรียงอนุภาคในของแข็ง, การจำแนกสารโดยใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์, การตกผลึก, การทดสอบสภาพถ่านไฟฉาย, การทำน้ำแข็งแห้ง, การทำไนโตรเจนเหลว, การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณ ก๊าซ O2 เป็นเกณฑ์, การประกันคุณภาพการวัดปริมาณรังสี ในระดับปานกลางและระดับต่ำฯ, การป้องกันตัวเองจากการถูกล้วงรหัสผ่านต่างๆ, การป้องกันตัวเองจากการโดนแฮกเงินในธนาคาร, การฝั่งScrib ไว้ตามเว็บบอร์ดวิธีการที่แฮกเกอร์ใช้ในการคุกคาม, การระเหยให้แห้ง, การรู้เรื่องปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต, การศึกษา, การศึกษาอนุภาคมูลฐาน, การสกัดด้วยตัวทำละลาย, การสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ, การสร้างโทรจัน และการป้องกัน, การสร้างโทรจันและการฝั่งโทรจัน, การหาค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐาน, การหายใจระดับเซลล์, การหาสมการการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย, การเก็บรักษาแสงอาทิตย์, การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นวงกลม ในแนวดิ่ง, การเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย (Simple Harmonic Motion), การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล, การเตรียมสารส้มจากกระป๋องน้ำอัดลม, การเปรียบเทียบ สารละลาย คอลลอยด์ และสารแขวนลอย, การเปลี่ยนหน่วยหรือการเทียบหน่วย, การเผาไหม้, การเพาะเลี้ยงเซลล์ผิวหนังมนุษย์เพื่อประโยชน์ในการเยียวยารักษา, การแกว่งของลูกตุ้มนาฬิกา (simple pendulum), การแยกลักษณะของพลังงาน, การใช้กรวยแยก, การไตเตรตกรด-เบส, กาวไฟบริน หยุดเลือดจากอิสราเอลสู่แพทย์ไทย, กำลังม้า, กำเนิดชีวิตบนโลก, กินคาร์โบไฮเดรตแล้วทำให้อ้วนจริงหรือ, กินเยอะ ๆ ดีมั๊ย, กินให้มากแล้วจะอ้วนน้อยลง, ก๊าฃเฉื่อย หรือ ก๊าฃมีตระกูล, ก๊าซอัดความดัน, คลายเครียดด้วยอาหาร, คลื่น, คลื่นวิทยุ...มลพิษชนิดใหม่, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, ความดันไอกับจุดเดือดของของเหลว, ความฝืด, ความหนาแน่น, ความเฉื่อย, ความเร็วและความเร่งของของการเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย, คาร์โบไฮเดรต, คีโตน, งา : เมล็ดพืชที่มีคุณค่าน่าสนใจ, งาน, จอมปลวก, จะทดสอบโปรตีน (&alpha-amino acid) อย่างประหยัดและรวดเร็วได้อย่างไร, จุดเดือด และจุดหลอมเหลว, ชาเขียว....เพื่อสุขภาพ, ชีววิทยา, ชีววิทยาคืออะไร, ชุดอุปกรณ์สาธิตการเกิดลม, ดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์และเส้นใยนำแสง, ตรวจมะเร็งเต้านมวิธีใหม่, ตัวทำละลายและตัวถูกละลาย, ตารางธาตุ, ตารางแสดงสมบัติทางกายภาพของโลหะกับอโลหะ, ตำนานความสัมพันธ์คนและม้า, ตู้เย็นประหยัดไฟ, ต่อมลูกหมากคืออะไร, ทฤษฎีจลน์ของก๊าซ, ทางเลือกในการพัฒนาสมองด้วย สาร DHA, ทำไม...รอยสักจึงติดง่ายแต่ลบยาก, ทำไมนิ้วมือนิ้วเท้าจึงเหี่ยวย่นเมื่อไปว่ายน้ำ, ทำไมไวน์ต้องทำจากองุ่น, ธาตุ, ธาตุและสารประกอบที่สำคัญ, นาฬิกาปรมาณู, น้ำพุในขวดแก้ว, น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ, น้ำแข็งบนดวงจันทร์, บทความภาษาอังกฤษ, บทบาทของอาหารต่อการควบคุมไขมันในเลือด, บริจาคโลหิตพิชิตหัวใจวาย, ปฎิกิริยาไฟฟ้าเคมี, ประวัติการค้นพบและการจัดธาตุลงในตารางธาตุ, ประโยชน์ของค่า E0, ปรากฏการณ์สภาพนำยิ่งยวด H.K. Onnes, ปริมาณสารสัมพันธ์, ปริศนาอาทิตย์, ปลวก, ปิโตรเลียม, ปุ๋ย, ปุ๋ยสูตร, ผงซักฟอก, ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์, ผัก ผลไม้กับการป้องกันมะเร็ง, ผ้าทนไฟ, พลังงาน, พลังงานไม่สูญหายฯ, พลาสติกปฎิวัติอุตสาหกรรมการพิมพ์, พลาสติกสลายตัวได้(จริง ๆ) หรือ, พอลิเมอร์, พันธุกรรมพืช...กับการอนุรักษ์, ฟิสิกส์, มนุษย์กับแมลง, มวลอะตอม, มองเห็นแสง...แสงทำให้มองเห็น, มะเร็ง, มะเร็ง!....วงชีวิตของเซลล์ที่ควบคุมไม่ได้, มะเร็งเต้านม, มัลติมิเตอร์แบบตัวเลข, มัลติมิเตอร์แบบเข็ม, มารู้จักกับ "สัตว์ประหลาดตัวจิ๋ว", มาสร้างภูมิต้านทานตามธรรมชาติให้ร่างกายกันเถอะ, มีสิ่งที่เล็กกว่าอะตอมหรือไม่, ยาแก้แพ้, ยาและสารต้องห้ามในการกีฬา, ยีสต์ จุลินทรีย์มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์, วัคซีนป้องกันมาลาเรียของ Patarroyo, วัฏจักรชีวิตในกองดิน, วันที่กลางวันยาวที่สุดในรอบปี, วาติกันเคลียร์บาปให้กาลิเลโอ กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง, วิชาการ, วิตามินซีคุ้มกันมะเร็งได้, วิตามินสำหรับเหงือกและฟัน, วิตามินอี กับการป้องกันโรค, วิทยาศาสตร์, สถานะของสาร, สบู่, สมบัติของของเหลว, สมบัติของของแข็ง, สมบัติทั่วไปของสารประกอบ, สมาธิ คือยารักษาโรค, สรรพคุณ (ลับเฉพาะ) ของวิตามินซี, สร้างสสารจากแสง, สัญญาณที่เร็วกว่าแสง, สารต้านจุลินทรีย์ในอาหาร, สารประกอบ, สารประกอบคลอไรด์, สารประกอบคลอไรด์ในชีวิตประจำวัน, สารประกอบออกไซด์, สารประกอบไฮโดรคาร์บอน, สารประเภทไฮโดรคาร์บอน, สารละลาย, สารละลาย และ สารบริสุทธิ์, สารอาหารต่าง ๆ สำหรับกระดูกนอกจากแคลเซียม, สารเมทิลีน คลอไรด์, สิ่งมีชีวิต - พืช, สิ่งมีชีวิต - สัตว์, สุขภาพ คืออะไร, สุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ, สเปคตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, สเปรย์, หน่วยและปริมาณพื้นฐานทางฟิสิกส์, หมู่ฟังก์ชั่น, หูตึง, ห่วงโซ่อาหาร, ออสซิลโลสโคป, อะตอมและแบบจำลองอะตอม, อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน, อะไรแข็งกว่าเพชร, อาวุธชีวภาพ, อาวุธเชื้อโรค, อาหาร, อาหารกับการป้องกันมะเร็ง, อาหารต้านต้อกระจก, อาหารต้านหวัด, อาหารที่ช่วยป้องกันกระดูกพรุน, อาหารป้องกันและต่อต้านมะเร็ง, อิมัลซิฟายเออร์, อุกกาบาต, อุตสาหกรรมเคมี, อุบัติการ์ณดาวชนดาว, ฮอร์โมน, ฮอร์โมนพืช-แอสไพริน, เคมี, เครื่องตรวจสอบคุณภาพสายไฟฟ้า, เครื่องวัดความยาว, เครื่องวัดความสว่าง, เครื่องวัดระดับเสียง, เครื่องวัดสนามแม่เหล็ก, เครื่องเร่งแสง, เซลล์กัลวานิก, เซลล์ปฐมภูมิ, เซลล์อิเล็กโทรไลต์, เซลล์เชื้อเพลิง, เทคนิคการไตเตรตกรด-เบส, เทคโนโลยีชีวภาพ, เปลือกกุ้งสารพัดประโยชน์, เมื่อคนใช้ไตหมูแทนไตเทียม, เมื่อเชื้อดื้อยา, เรานอนหลับเพื่ออะไร, เรื่องที่น่าสนใจ, เลขออกเทน, เล่นแร่ แปรธาตุ แบบไฮเทค, เส้นใย อาหารเพื่อคุณภาพชีวิต, เอนไซม์, เอมีน, เอสเทอร์, เอไมด์, แบคทีเรียขจัดสารพิษ, แบคทีเรียจับกับระเบิด, แปะก๊วยพืชมหัศจรรย์, แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล, แรงโน้มถ่วงของโลก, แสงไฟกับการอนุรักษ์เต่าทะเล, แหล่งกำเนิดใหม่ ๆ ของพลังงาน, แอลกอฮอล์และกรดอินทรีย์, แอลดีไฮด์, แฮกเกอรทำยังงัยถึงสามารถแฮกเงินคุณจากธนาคารได้, โครงสร้างอะตอม, โครมาโตรกราฟี, โครโมโคกราฟี, โคเคน ไม้ต้องห้าม, โทรจัน, โปรตีน, โมเมนตัม (Momentum), โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ...จริงหรือ, โรคทางพันธุกรรม, โรคมัลติเปิ้ล สเกลอโรซิส (Multiple Scleroisi), โรคเอ๋อ : โรคที่ป้องกันได้, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ, ใยอาหารกับสุขภาพ, ใยอาหารป้องกันโรค, ใยอาหารอันทรงคุณค่า, ใยอาหารเคล็ดลับแห่งสุขภาพ, ไขมันและน้ำมัน, ไข่สุขภาพ, ไนโตรเจน, ไวรัส, ไอโซเมอริซึม, ไอโอดีนป้องกันสารกัมมันตภาพรังสี

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณ ก๊าซ O2 เป็นเกณฑ์

nokia,samsung,gammer,internet,google,sex,รับทำบทความภาษาไทย,การศึกษา,North Korean,PlayStation 4,Samsung Galaxy S4,Royal baby,Boston Marathon,Harlem Shake,Cory Monteith,iPhone 5S, Paul Walker,Nelson Mandela,รถมือสอง , ราคาทอง ,คนอวดผี,นารูโตะ,พยากรณ์อากาศ ,พี่มากพระโขนง,พระเครื่อง ,คุกเข่า ,หางาน,ราคาทองคําวันนี้,พยากรณ์อากาศ,Dealfish,นกแอร์,แอร์เอเชีย,ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น,Vios,Nissan,Isuzu,Mitsubishi ,Accord,MSX,Z250 ,Mazda,Suzuki Ertiga ,Zoomer-X,iphone 5s, ios 7, iphone 5c ,ipad mini ,Samsung Galaxy S4 ,Samsung Galaxy Grand ,Note 3 ,Nokia Lumia,Nokia Asha 501,Baidu PC Faster,Sanook ,Kapook,ไทยรัฐ ,สยามกีฬา ,MThai , Pantip,Manager,ข่าวสด,ช่อง 3 ,ช่อง 3 ,มสธ ,มมส ,รามคําแหง ,มศว,จันทรเกษม , Reg Chula,สวนสุนันทา,Rmutt ,มจพ,ลาดกระบัง,เกาะล้าน,เอเชียทีค,สวนสยาม, Air Asia,Dtac,ais,ture
1. DO (Dissolved oxygen) คือ ปริมาณ O2 ที่ละลายน้ำ ในการหาปริมาณ O2 ในน้ำใช้สารเคมี หลายชนิดทำปฏิกิริยากับ O2 ในน้ำดังนี้ 

2Mn O4 + 4OH- ------------------> 2Mn(OH)2 + 2SO2-4 
2Mn(OH)2 + O2 ------------------> 2MnO2 + 2H2
2MnO2 + 4l- + 8H+ ------------------> 2Mn2 + 2l2 + 4H2
2l2 + 4S2O2-3 ---------------------->4l- + 2S4O2-6
สูตรหาปริมาณ O2 (D.O.) ในน้ำ
 
หมายเหตุ DO ในน้ำ > หรือเท่ากับ 3 mg/l เป็นน้ำดี ต่ำกว่า 3 mg/l เป็นน้ำเสีย

2. BOD (Biochemical Oxygen demand) คือ ปริมาณ O2 ที่จุลินทรีย์ใช้ในการสลายสารอินทรีย์ในน้ำ 
น้ำที่มี BOD ณ 100 เป็นน้ำเสีย และถ้าน้ำมีค่า BOD < 100 mg/l เป็นน้ำดี 
น้ำที่มี BOD สูง แสดงว่ามีสารอินทรีย์อยู่มาก จุลินทรีย์จึงต้องใช้ O2 เพื่อสลายสารอินทรีย์ เหล่านั้น 
น้ำที่มี BOD ต่ำ แสดงว่ามีสารอินทรีย์อยู่น้อย จุลินทรีย์จึงต้องใช้ O2 เพื่อสลายสารอินทรีย์ เหล่านั้น 
สำหรับในน้ำแหล่งใดที่มีสารประกอบอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน และไพรีดีนจุลินทรีย์ไม่สามารถ O2 สลายสารเหล่านี้ได้

3. COD (Chemical oxygen demand) คือ ปริมาณ O2 ที่สารเคมีใช้ในการทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ สารเคมีที่ใช้เป็นตัวออกซิไดซ์ที่แรง เช่น สารละลาย KmnO4/H+ และ K2Cr2O7/H+ 
และเนื่องจากจุลินทรีย์ไม่สามารถใช้ O2 สลายสารอินทรีย์พวกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน และ ไพรีดีนในน้ำได้ ดังนั้นจึงวัดค่า BOD ได้ต่ำกว่า COD

สารที่มีโลหะหนักเป็นองค์ประกอบในน้ำที่จะก่อให้เกิดมลภาวะ ได้แก่ 
ปรอท (Hg) ในรูป HgCl2 Hg(NO3)2 (CH3)2Hg CH3CH2 - Hg - CH3 ทำให้เกิดโรคมินามะตะ โรงงานที่ปล่อยสารนี้ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิต NaOH และ Cl2 จากการแยก NaCl ด้วยไฟฟ้า โรงงานผลิตกระดาษ และเยื่อกระดาษ โรงงานผลิตพลาสติก 
แคตเมียม (Cd) เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมแบตเตอรี่แบบเชลปิแดต ใช้ผสมโลหะคือ ใช้ผสมสีบางชนิด ใช้เคลือบโลหะบางครั้งใช้ผสม Hg อุดฟัน 
แมงกานีส (Mn) จากโรงงานผลิตถ่านไฟฉาย 
ตะกั่ว (Pb) จากโรงงานแบตเตอรี่ 


ดีบุก (Sn) จากโรงงานกระป๋อง โรงงานทำโลหะบัดกรี 

พลาสติกปฎิวัติอุตสาหกรรมการพิมพ์


เมื่อพูดถึงพลาสติก คงไม่มีใครบอกว่าไม่รู้จัก โลกของเราในปัจจุบันนี้เกี่ยวข้องกับพลาสติกอย่างมาก ตั้งแต่ ศีรษะจดปลายเท้า ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันจนถึงเครื่องยนต์กลไกพลาสติกที่จะกล่าวถึงในที่นี้แน่นอนที่สุดมันต้อง ไม่ใช่พลาสติก ที่< wbr>จะกล่าวถึงในที่นี้แน่นอนที่สุดมันต้องไม่ใช่ พลาสติกที่เรา ๆ ท่าน ๆ พบเห็นอยู่ทั่วไป และที่ สำคัญมันแตกต่างจากพลาสติกอื่น ๆ ตรงที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงสมบัติของมันได้ เมื่อถูกกระตุ้นจากพัลส์ ทางไฟฟ้า (electric pulse) พลาสติกตัวที่ว่านี้ขณะนี้กำลังได้รับการพัฒนาอยู่ในประเทศเยอรมันตะวันตก พลาสติกนี้สามารถใช้ทำเพลต (Plate หรือแม่พิมพ์) สำหรับเครื่องพิมพ์ ภาพบนเพลตสามารถเปลี่ยนแปลง ด้วยไฟฟ้าในขณะที่เครื่องพิมพ์กำลังทำงาน ในปัจจุบันนี้เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงรูปภาพหรือข้อความบนเพลต ใหม่ทั้งเพลต และต้องหยุดเครื่องพิมพ์เพื่อเปลี่ยนเพลต 
การเปลี่ยนเพลตบนเครื่องพิมพ์ที่มีหมึกพิมพ์อยู่เต็มสามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง โดย การใช้เเพลตแบบใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงภาพหรือข้อความบนหน้านั้นได้ ในทันทีทันใด โดยตรงจาก ห้องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานบรรณาธิการ 
Gerhard Kossmehl และคณะได้ทำการพัฒนาพลาสติกตัวนี้ที่ Free University of Berlin พลาสติกนี้มีชื่อว่า พอลิไทโอฟีน (polythiophene) ซึ่งสามารถเปลี่ยนจากสภาพน้ำไม่เกาะติด (hydrophobic) เป็นสภาพที่น้ำ เกาะติดได้ (hydrophillic) และสามารถเปลี่ยนกลับสู่สภาพเดิมได้เมื่อได้รับการกระตุ้นจากพัลส์ไฟฟ้า
ในปัจจุบันเพลตสำหรับเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซตที่ใช้กระดาษม้วนใหญ่ เช่น เครื่องพิมพ์หนังสือ จะประกอบ ด้วยแผ่นโลหะที่เคลือบด้วยชั้นสารเคมี สารเคมีกันน้ำจะเคลือบบริเวณที่เป็นภาพ หรือตัวหนังสือซึ่งจะต้องถูก หมึกพิมพ์ และสารเคมีซับน้ำ หรือทำให้น้ำเกาะจะเคลือบบริเวณที่ต้องการให้เป็นที่ว่า เพลตจะผลิตโดย กระบวนการเคมีทางแสงและถูกอบจนผิวหน้าแข็ง
ในการพิมพ์ เพลตจะยึดติดแน่นกับลูกกลิ้งซึ่งหมุนด้วยความเร็วรอบสูง ขณะที่หมุนผิวหน้าของเพลตผ่านหน่วย dampening (ชุดลูกกลิ้งน้ำ) ซึ่งอิ่มน้ำ จากนั้นก็จะผ่านหน่วยจ่ายหมึกพิมพ์ (ชุดลูกกลิ้งหมึก) ซึ่งจะเคลือบ บริเวณที่ไม่มีน้ำเกาะด้วยหมึกพิมพ์และปล่อยให้บริเวณที่เปียกน้ำหรือมีน้ำเกาะอยู่สะอาดดังเดิม เมื่อเพลต หมุนมาสัมผัสกับลูกกลิ้ง Blanket ลูกกลิ้ง Blanker จะรับภาพหมึกที่สมบูรณ์จากเพลต และพิมพ์ภาพลงบน แถบกระดาษที่ต่อเนื่อง (กระดาษม้วนใหญ่) ซึ่งจะถูกตัดและพับในภายหลัง 
ในระบบใหม่ เพลตจะแทนด้วยแผ่นพอลิไทโอมีน ซึ่งม้วนเป็นรูปทรงกระบอกเรียกว่า พาหะนำภาพ (image carrier) นอกจากจะสามารถเปลี่ยนจากสภาพน้ำไม่เกาะติดเป็นสภาพที่น้ำเกาะติดแล้ว เพลตนี้ยังสามารถนำ ไฟฟ้าได้ด้วย ภายในทรงกระบอกนี้มี ขั้วไฟฟ้า (electrode) เรียงกันเป็นเมตริก (matrix) ซึ่งสอดคล้องกับ จุดเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดภาพพิมพ์ สำหรับการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงสุดเหล่านี้จะมีขนาดเล็กมาก เล็กกว่า 1/10 มิลลิเมตร ขั้วไฟฟ้าแต่ละขั้วจะควบคุมจุด 1 จุดบนภาพโดยการเปลี่ยนแปลงพลาสติกที่อ
โดยปกติการเปลี่ยนพลาสติกจากสภาวะหนึ่งไปเป็นอีกสภาวะหนึ่ง โดยขั้วไฟฟ้าวงจรจะต้องถูกตั้งผ่านพลาสติก เพื่อให้นำกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อผู้พิมพ์ต้องการจะเปลี่ยนภาพบนเพลต เขาก็จะตั้งวงจรนี้โดยนำหน่วยที่แยกอยู่ ต่างหากเรียกว่า ขั้วไฟฟ้าทรงกระบอก (electrode cylinder) (ดูรูป 3) เข้ามาใกล้กับทรงกระบอกของพิลิไท โอฟีนที่กำลังหมุน 
ขั้วไฟฟ้าทรงกระบอกนี้จะดึงเอาสารละลายอิเล็กโทรเลต์ หรือของเหลวนำไฟฟ้าเข้าไปในชองว่างระหว่างทรง กระบอกทั้งสอง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านจากขั้วไฟฟ้าที่เรียงกันเป็นเมตริกอยู่ด้านหลังพาหะนำ ภาพผ่านพอลิไทโอฟีน และสารละลายอิเล็กโทรไลต์ไปสู่ขั้วไฟฟ้าทรงกระบอก ดังรูป 3 ด้วยวิธีนี้ ขั้วไฟฟ้า เล็ก ๆ แต่ละอันในเมตริกที่ผ่านขั้วไฟฟ้าทรงกระบอก จึงสามารถสร้างภาพใหม่ที่จุดภาพเหนือขั้วไฟฟ้าเล็ก ๆ นั้นด้วยพัลส์ของกระแสไฟฟ้าเหมือนมันจากสภาพน้ำเกาะไม่ติด เป็นน้ำเกาะติดได้หรือในทางตรงข้าม 
ขั้วไฟฟ้าเองจะถูกควบคุมด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ชิป (microprocessor chip) ซึ่งอยู่ภายในทรงกระบอก ผู้พัฒนาได้แนะนำว่าไมโครโปรเซสเซอร์ 1 ตัว จะควบคุมขั้วไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตร ไมโคร โปรเซสเซอร์ทั้งหมดภายในทรงกระบอกจะถูกควบคุมอีกทีหนึ่งด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เรียงพิมพ์ภายนอก ที่ต่อไปยังเครื่องพิมพ์ ตามคำสั่งของเครื่องคอมพิวเตอร์เรียงพิมพ์ 
มีปัญหาหลายอย่างที่การพิมพ์ระบบใหม่นี้ต้องแก้ไข เช่น ความคมชัดและรายละเอียดของภาพ การควบคุม ภาพการสร้างภาพบนพาหะนำภาพซึ่งยากพอสมควรที่จะต้านแรงเสียดทานอย่างต่อเนื่องของลูกกลิ้ง Blanket ถ้าปัญหาเหล่านี้สามารถขจัดออกไปได้แล้วจะทำให้แก้ปัญหาทางการพิมพ์ได้อย่างมากมาย 
โดยการลดเวลาการเปลี่ยนเพลตระหว่างการเดินเครื่องพิมพ์ การทำหนังสือพิมพ์ และนิตยสารในเวลาอันสั้น ก็เป็นไปได้มากขึ้น คาดว่าเทคนิคการนำเอาพลาสติกและระบบอิเล็กทรอนิกส์มาเปลี่ยนภาพบนเพลตจะ เรียบร้อยและสามารถนำมาแสดงให้ชมได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้ นั่นคือเวลาแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม การพิมพ์


nokia,samsung,gammer,internet,google,sex,รับทำบทความภาษาไทย,การศึกษา,North Korean,PlayStation 4,Samsung Galaxy S4,Royal baby,Boston Marathon,Harlem Shake,Cory Monteith,iPhone 5S, Paul Walker,Nelson Mandela,รถมือสอง , ราคาทอง ,คนอวดผี,นารูโตะ,พยากรณ์อากาศ ,พี่มากพระโขนง,พระเครื่อง ,คุกเข่า ,หางาน,ราคาทองคําวันนี้,พยากรณ์อากาศ,Dealfish,นกแอร์,แอร์เอเชีย,ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น,Vios,Nissan,Isuzu,Mitsubishi ,Accord,MSX,Z250 ,Mazda,Suzuki Ertiga ,Zoomer-X,iphone 5s, ios 7, iphone 5c ,ipad mini ,Samsung Galaxy S4 ,Samsung Galaxy Grand ,Note 3 ,Nokia Lumia,Nokia Asha 501,Baidu PC Faster,Sanook ,Kapook,ไทยรัฐ ,สยามกีฬา ,MThai , Pantip,Manager,ข่าวสด,ช่อง 3 ,ช่อง 3 ,มสธ ,มมส ,รามคําแหง ,มศว,จันทรเกษม , Reg Chula,สวนสุนันทา,Rmutt ,มจพ,ลาดกระบัง,เกาะล้าน,เอเชียทีค,สวนสยาม, Air Asia,Dtac,ais,ture

Insurance,ประกันภัย,Loans ,กู้ยืม,Mortgage, สินเชื่อบ้าน,Attorney,ทนายความ,Credit,เครดิต,Lawyer,นักกฏหมาย,,Donate,บริจาค,Degree,ปริญญา,Hosting,โฮสติ้ง,Claim,เคลม,Conference Call,การประชุมทางโทรศัพท์,Trading ,เทรดดิ้ง,Software,ซอฟแวร์,Recovery,การกอบกู้,Transfer,โยกย้าย,,Gas/Electricity,แก๊ส อีเล็กทรอนิค,Classes,ห้องเรียน,Rehab,การบำบัด,Treatment, ทรีทเม้นท์,Cord Blood,สายเลือด หรือเลือดทางสายสะดือ

google,facebook,hotmail,gmail,youtube,blogger,18+,เกมส์,เกมส์ออนไลน์,ragnalok,4shared,น่ารัก,ภาพน่ารัก,ภาพสวย,อาหาร,เครื่องดื่ม,เบียร์,รถ,จักกรยาน,fixgear,hack,pro,prosf,propb,SEO,บทความ,ความสวยความงาม,อาหารเสริม,ท่อ,เครื่อง,รถใหญ่,bigbike,รถบิ๊กไบค์,การ์ตูน,วันพีช,



สเปรย์

เปิดคอลัมน์รอบตัวด้วยเรื่องของผลิตภัณฑ์สินค้าที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น เราจะพบเห็นสินค้าต่างๆ หันมาบรรจุใส่กระป๋องสเปรย์กันมากขึ้น เพราะให้ความสะดวกสบายในการใช้ได้มากกว่า ผู้ใช้เพียงแต่กด หัวฉีดก็ได้ใช้ของที่ต้องการ ไม่หกเลอะเทอะ แถมยังช่วยประหยัดเพราะฉีดพ่นได้ทีละน้อย มีการกระจายตัว จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ใช้อย่างเรา ๆ จนต้องยอมเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์ สเปรย์เหล่านี้เข้ามาใช้แทนที่จะต้อง ซื้อผลิตภัณฑ์เดียวกันที่ต้องเทออกมาใช้เอง 
ผลิตภัณฑ์สเปรย์ที่เราเห็นขายกันตามท้องตลาดนั้นจะมีสองแบบ คือ แบบที่อาศัยหลักการของกาลักน้ำธรรมดา ผลิตภัณฑ์พวกนี้มักจะมีน้ำเป็นตัวทำละลาย มีความหนืดและความหนาแน่นต่ำ ได้แก่ สเปรย์ฉีดผ้าบางชนิด น้ำยาฉีดกระจก ฯลฯ สเปรย์พวกนี้มักจะเติมผลิตภัณฑ์เข้าไปใหม่ได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดและความ หนาแน่นมาก ๆ เช่น สี จะไม่สามารถอาศัยหลักการของกาลักน้ำ จึงต้องอาศัยสารช่วยการฉีดพ่น (Propellant) ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยอัดหรือช ่วยดันสารผลิตภัณฑ์ออกจากหัวฉีด สารช่วยฉีดพ่นนี้ให้สภาวะปกติ มักจะมีสถานะเป็นก๊าซแต่ถูกอัดให้เป็นของเหลว หรือเพิ่มความดันเข้าไปอยู่ในกระป๋องสเปรย์รวมกับ ผลิตภัณฑ์ เมื่อกดหัวฉีดซึ่งจะทำให้เกิดช่องว่างขึ้นในท่อฉีด สารช่วยพ่นจะขยายตัวดันสารผลิตภัณฑ์ให้ออกมา จากหัวฉีดในลักษณะเป็นฝอยละเอียด 
เนื่องจากต้องมีการอัดความดันสารช่วยการฉีดพ่นในกระป๋องสเปรย์ดังนั้น กระป๋องสเปรย์ประเภทนี้จึงต้องมี ความแข็งแรงเพื่อสามารถทนแรงอัดได้ จึงมักทำจากโลหะพวกเหล็กแผ่น อะลูมิเนียมหรือแก้ว เป็นต้น สาร ช่วยการฉีดพ่นที่เคยใช้กันมานั้นมีหลายชนิด แต่ที่ใช้กันมากและแพร่หลายที่สุด คือ สารประเภทฟลูออโร คาร์บอน หรือที่เรียกว่า สาร CFC ที่ใช้มากได้แก่ CCl3F (ไตรคลอโรฟลูออโรมีเทน) และ CCl2F2 (ไดคลอโรฟลูออโรมีเทน) ซึ่งเป็นสารที่ใช้กันในเครื่องทำความเย็นนั่นเอง แต่ต่อมาพบว่า สารเหล่านี้มีผลต่อ บรรยากาศของโลก อันเนื่องมาจากสมบัติเฉื่อย ไม่ชอบทำปฏิกิริยา สารเหล่านี้จึงเสถียรและลอยขึ้นสู่ชั้น บรรยากาศและทำลายชั้นโอโซน ซึ่งเป็นตัวช่วยกั้นรังสีอัลตราไวโอเลตไม่ให้ส่องผ่านมายังโลกมากเกินไป เมื่อมี การใช้สาร CFC กันมาก จะทำให้โอโซนในชั้นบรรยากาศบางลง และรังสีอัลตราไวโอเลตส่องผ่านมายังโลกได้ มากขึ้น ทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังคนและเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้น ปัจจุบันจึงมีความ พยายาม คิดค้นหาวิธีที่มีความปลอดภัยมากขึ้นซึ่งแนวทางก็มี 2 ทางคือ การหาสารใหม่เพื่อทดแทนสาร CFC หรือ การพยายามหาวิธีการที่ทำให้สาร CFC เหล่านี้มีความเสถียรน้อยลง กล่าวคือ ให้สลายตัวก่อนที่จะลอย ไปถึงชั้นโอโซน อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ไขทั้งสองแบบยังคงต้องการเวลาเพื่อทำการคิดค้นและทดลอง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ นี้บริษัทผู้ผลิตใหญ่ ๆ บางรายจึงหันกลับไปมองสารที่เคยใช้กันมาก่อน เพื่อทดแทน CFC สารต่าง ๆ เหล่านั้นได้แก่

สารประเภทไฮโดรคาร์บอน 
สารในกลุ่มนี้ที่นิยมใช้กันคือ บิวเทน และ โพรเทน โดยทั่วไปสารพวกนี้จะราคาถูกกว่าสาร CFC แต่มีข้อเสียคือ สามารถติดไฟได้ โดยทั่วไปจึงต้องใช้บิวเทนและโพรเพนผสมกับ CFC เพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

สารเมทิลีน คลอไรด์ 
สารเมทิลีน คลอไดร์ (CH2Cl2) ตัวนี้ปัจจุบันนิยมใช้กันมากขึ้น แต่มักใช้แทนไตรคลอไร ฟลูออโรมีเทน

ก๊าซอัดความดัน 
ก๊าญที่ใช้ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NO) หรือส่วนผสมของก๊าซทั้งสอง และก๊าซไนโตรเจน (N2) การใช้ก๊าซอัดความดันในกระป๋องสเปรย์โดยทั่วไปมีข้อเสียคือ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ความดันในกระป๋องสเปรย์จะลดลงผลก็คือ การฉีดพ่นของสารผลิตภัณฑ์จะอ่อนลงเมื่ใช้ไปนาน ๆ และใน การฉีดพ่นนั้นต้องไม่ตะแคงหรือคว่ำกระป๋อง เพราะจะฉีดสารไม่ออก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ก๊าซ CO2 และ NO จะช่วยลดข้อด้อยของการใช้ก๊าซอัดความดันได้มาก ทั้งนี้เนื่องจากก๊าซทั้งสองจะสามารถละลาย ในตัวทำละลายได้ดี แต่สำหรับก๊าซ N2 ซึ่งละลายได้น้อยมากนั้นจะเหมาะสำหรับการใช้กับสารที่มีความหนืด มาก ๆ เช่น ยาสีฟัน เป็นต้น 
สารต่าง ๆ เหล่านี้แม้สามารถใช้แทน CFC ได้แต่ก็มีข้อจำกัด เราจึงยังต้องพบเห็นและใช้ผลิตภัณฑ์สเปรย์ที่ ใช้ CFC กันอยู่มาก ในการใช้จึงต้องควรใช้แต่น้อย หรือใช้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

กระป๋องสเปรย์ต่าง ๆ แม้มีความน่าใช้แต่ก็ยังมีข้อควรระวังอยู่มาก เช่น ต้องเก็บในที่เย็นไม่ใกล้เปลวไฟ หรือ แสงแดดอ่อน เพราะถ้าอุณหภูมิของกระป๋องสเปรย์เพิ่มมากขึ้น จะทำให้ความดันภายในเพิ่มขึ้นมาก และถ้า กระป๋องสเปรย์แข็งแรงไม่พอจะเกิดการรั่วซึม ตลอดจนเกิดการระเบิดจนทำให้ข้าวของเสียหาย ที่สำคัญถ้าใช้ สารช่วยการฉีดพ่นเป็นพวกสารติดไฟ อาจทำให้เกิดการติดไฟและไฟไหม้บ้านได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ เรา ต้องคำนึงถึง เพื่อที่จะสามารถใช้ของต่าง ๆ รอบตัวให้ได้ดี มีประสิทธิภาพ ตลอดจนปลอดภัยทั้งต่อ ตนเอง และผู้อื่น 

Physis chemical biology Education

About Me

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Blog Archive