ซื้อขายแลกเปลี่ยน-รถหลุดจำนำ
วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557
อะตอมและแบบจำลองอะตอม
คำว่า
"อะตอม"
เป็นคำซึ่งมาจากภาษากรีกแปลว่าสิ่งที่เล็กที่สุด ซึ่ง
นักปราชญ์
ชาว
กรีก
โบราณ
ที่ชื่อ
ลูซิพปุส
(Leucippus) และ
ดิโมคริตุส
(Democritus)
ใช้สำหรับ
เรียก
หน่วย
ที่เล็ก
ที่สุด
ของ
สสาร ที่ไม่
สามารถ
แบ่งแยก
ต่อไป
ได้อีก โดยเขา
ได้พยายาม
ศึกษา
เกี่ยวกับ
วัตถุ
ที่มี
ขนาดเล็ก
(ฟิสิกส์
ระดับ
จุลภาค, microscopic) และ
มีแนวคิด
เกี่ยวกับ
โครงสร้าง
ของ
สสาร
ว่า สสาร
ทั้งหลาย
ประกอบ
ด้วย
อนุภาค
ที่เล็ก
ที่สุด จะไม่
สามารถ
มองเห็น
ได้ และ
จะไม่
สามารถ
แบ่งแยก
ให้เล็กลง
กว่า
นั้น
ได้อีก แต่
ใน
สมัยนั้น
ก็ยัง
ไม่มี
การ
ทดลอง
เพื่อ
พิสูจน์
และ
สนับสนุน
แนว
ความคิด
ดังกล่าว
ต่อมาวิทยาศาสตร์ได้เจริญ
ก้าวหน้าขึ้น และ
นัก
วิทยา
ศาสตร์
ก็พยายาม
ทำการ
ทดลอง
ค้นหา
คำตอบ
เกี่ยวกับ
เรื่องนี้
ในรูปแบบ
ต่างๆ
ตลอดมา จนกระทั่ง
เกิด
ทฤษฎี
อะตอม
ขึ้นมา
ในปี ค.ศ.1808 จากแนว
ความคิด
ของ
จอห์น ดาลตัน (John Dalton) ผู้เสนอ
สมมติฐาน
เกี่ยวกับ
แบบ
จำลอง
อะตอม และ
เป็นที่
ยอมรับ
และ
สนับสนุน
จาก
นัก
วิทยาศาสตร์
ในสมัย
นั้น โดย
ทฤษฎี
อะตอม
ของ
ดาลตัน
ได้กล่าว
ไว้ว่า
1. สสารประกอบด้วยอะตอม ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด แบ่งแยกต่อไปอีกไม่ได้ และไม่สามารถสร้างขึ้นหรือทำลายให้สูญหายไป
2. ธาตุเดียวกันประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกัน มีมวลและคุณสมบัติเหมือนกัน แต่จะแตกต่างจากธาตุอื่น
3. สารประกอบเกิดจากการรวมตัวของอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปด้วยสัดส่วนที่คงที่
4. อะตอมของธาตุแต่ละชนิดจะมีรูปร่างและน้ำหนักเฉพาะตัว
5. น้ำหนักของธาตุที่รวมกัน ก็คือน้ำหนักของอะตอมทั้งหลายของธาตุที่รวมกัน
แบบจำลองอะตอม (Atomic model)
เป็นภาพ
ทาง
ความคิด
ที่แสดง
ให้เห็น
รายละเอียด
ของ
โครงสร้าง
อะตอม
ที่สอดคล้อง
กับ
ผลการทดลอง
และ
ใช้อธิบาย
ปรากฎการณ์
ของ
อะตอม
ได้ ซึ่งหลัง
จากสมัย
ของ
ดาลตัน ผล
การทดลอง
ของ
นัก
วิทยา
ศาสตร์
ใน
รุ่น
ต่อมา
ได้ค้นพบ
ว่า
อะตอม
มี
โครงสร้าง
ที่สลับ
ซับซ้อน มี
ธรรมชาติ
ที่เป็น
ไฟฟ้า
เกี่ยวข้อง
อยู่ด้วย และ
สามารถ
แบ่งแยก
ให้เล็ก
ลง
ได้อีก
ใน
บาง
อะตอม ดังนั้น
จึง
มีแบบ
จำลอง
อะตอม
ของ
นัก
วิทยาศาสตร์
เกิดขึ้น
มา
อีกหลาย
แบบ ได้แก่
ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการค้นพบ
รังสี
ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า รังสีแคโทด (cathode ray) ที่ได้
จากการทดลอง
ของ
นัก
วิทยา
ศาสตร์
ชื่อ Julius Plicker ซึ่ง
ใช้
หลอดแก้ว
ที่สูบ
อากาศ
ออก และ
มี
อิเล็กโตรด 2 อัน
อยู่
คน
ละ
ข้าง (แอโนด
เป็น
ขั้วไฟฟ้า
บวก และ
แคโทด
เป็นขั้ว
ไฟฟ้า
ลบ) ของ
หลอดแก้ว และ
ต่อไป
ยัง
ไฟฟ้า
ที่มี
ศักย์สูง ทำให้
เกิดรังสี
ขึ้น
ภายใน
หลอดแก้ว เรียกว่า รังสีแคโทด
ภาพหลอดรังสีแคโทด
และในปี 1897 ได้มีผู้ทำการทดลองเกี่ยวกับ
รังสี
แคโทด
นี้ โดย
ค้นพบ
ว่ามี
อนุภาค
ที่มี
ประจุ
ไฟฟ้า
ลบ ซึ่ง
ต่อมา
เรียกว่า "อิเล็กตรอน" จาก
รังสี
แคโทด เขา
ผู้นี้
คือ
เซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมสัน ( Sir Joseph John Thomson )
ดังนั้น
ความเชื่อ
ที่เข้าใจ
กันว่า
อะตอม
แบ่งแยก
อีก
ไม่ได้ จึงไม
่ถูกต้อง
อีก
ต่อไป และ ทอมสัน
ได้เสนอ
แบบจำลอง
อะตอม
ขึ้นใหม่ ดังนี้
"อะตอม
มีลักษณะ
เป็น
รูป
ทรงกลม
ประกอบ
ด้วย
อนุภาค
ที่มี
ประจุ
บวก และ
มี
อิเล็กตรอน
ซึ่ง
มี
ประจุ
ไฟฟ้า
ลบ อะตอม
โดยปกติ
อยู่ใน
สภาพ
เป็นกลาง
ทาง
ไฟฟ้า
ซึ่งทำ
ให้ทั้งสอง
ประจุ
นี้มี
จำนวน
เท่ากัน
และ
กระจาย
อยู่ทั่วไป
อย่าง
สม่ำเสมอ
ภายใน
อะตอม
โดยมีการ
จัดเรียง
ที่ทำให้
อะตอม
มีสภาพ
เสถียร
มากที่สุด" ดังรูป
แต่แบบจำลองอะตอมของ
ทอมสัน
นี้ยังไม่สามารถ
อธิบาย
ข้อสงสัย
บางอย่าง
ได้ เช่น ประจุ
ไฟฟ้า
บวก
อยู่กันได้
อย่างไร
ใน
อะตอม และ ไม่สามารถ
อธิบาย
คุณสมบัติ
อื่นๆ
ของอะตอม ตัวอย่างเช่น สเปกตรัม
ที่แผ่
ออกมา
จากธาตุ จึงมี
นัก
วิทยา
ศาสตร์
รุ่นต่อมา
ค้นคว้า
และ
ทดลอง
เพื่อหา
ข้อเท็จจริง
ต่อมา และปัจจุบัน
ก็ได้
ทราบว่า
แบบจำลอง
นี้ไม่ถูกต้อง
เออร์เนสต์ รัทเธอร์ฟอร์ด (Ernest Rutherford)
ได้ทำการ
ทดลอง
ยิงอนุภาค
แอลฟา
( นิวเคลียส
ของ
อะตอม
ฮีเลียม ) ไป
ที่แผ่น
โลหะ
บาง ในปี พ.ศ.2449 และ
พบว่า
อนุภาค
นี้
สามารถ
วิ่งผ่าน
ได้เป็น
จำนวน
มาก แต่
จะมี
เพียง
ส่วนน้อย
ที่เป็น
อนุภาค
ที่
กระเจิง
(
การ
ที่อนุภาค
เบนจาก
แนวการ
เคลื่อนที่
จากที่เดิม
ไปยัง
ทิศทาง
ต่างๆกัน
) ไปจาก
แนวเดิม
หรือ
สะท้อน
กลับ
ทางเดิม
จาก
การ
ทดลอง
นี้ รัทเธอร์ฟอร์ด
จึงได้
เสนอ
แบบ
จำลอง
อะตอม
ว่า " อะตอม
มีลักษณะ
โปร่ง ประกอบ
ด้วย
ประจุ
ไฟฟ้า
บวก
ที่รวม
กัน
อยู่ที่ศูนย์กลาง
เรียกว่า นิวเคลียส ซึ่งถือ
ว่าเป็น
ที่รวม
ของ
มวล
เกือบ
ทั้งหมด
ของ
อะตอม
โดย
มีอิเล็กตรอน
เคลื่อนที่
รอบๆ
นิวเคลียส
ด้วย
ระยะ
ห่าง
จาก
นิวเคลียส
มาก เมื่อ
เทียบกับ
ขนาด
ของ
นิวเคลียส และ
ระหว่าง
นิวเคลียส
กับ
อิเล็กตรอน
เป็น
ที่ว่าง
เปล่า"
แต่
แบบจำลอง
นี้
ยังมี
ข้อกังขา
ที่ยัง
ไม่สามารถ
หา
คำตอบ
ได้คือ
1.อิเล็กตรอน
ที่เคลื่อนที่
โดย
มีความเร่ง
จะ
แผ่คลื่น
แม่เหล็ก
ไฟฟ้า
ออกมา ทำให้
พลังงาน
จลน์
ลดลง ทำไม
อิเล็กตรอน
วิ่งวน
รอบ
นิวเคลียส
ตามแบบ
จำลอง
ของ
รัท
เธอร์ฟอร์ด จึง
ไม่
สูญเสีย
พลังงาน และ
ไปรวม
อยู่ที่
นิวเคลียส
2. อะตอมที่มีอิเล็กตรอนมาก
กว่า
หนึ่งตัว เมื่อ
วิ่งวน
รอบ
นิวเคลียส
จะจัดการ
เรียงตัว
อย่างไร
3. ประจุบวกที่รวมกันอยู่ในนิวเคลียส จะอยู่กัน
ได้
อย่างไร ทั้งๆ
ที่
เกิดแรง
ผลัก
นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาเรื่องเกี่ยวกับอะตอม
โดยได้
เสนอ
แบบ
จำลอง
อะตอม
จาก
การ
ทดลอง
ที่
เกิดขึ้น
ซึ่งแบบ
จำลอง
ของ
รัทเธอร์ฟอร์ด
ได้รับ
การ
ยอมรับ
แต่ก็
ยัง
ไม่
สมบูรณ์ จึงมี
ผู้พยายาม
หาคำ
อธิบาย
เพิ่มเติม โดย
ในปี 1913
นีล โบร์ (Niels Bohr)
ได้นำทฤษฎี
กลศาสตร์
ควอนตัม
มา
ประยุกต์
ใช้ใน
การ
ทดลอง เพื่อ
พัฒนา
แบบ
จำลอง
อะตอม
ของ
รัทเธอร์ฟอร์ด
แต่
ในการ
ทดลอง
ของเขา
สามารถ
อธิบาย
ได้เฉพาะ
อะตอม
ของ
ไฮโดรเจน
ที่มี
อิเล็กตรอน
เพียง
ตัวเดียว โดยได้
เสนอ
แบบจำลอง
อะตอม
ของ
ไฮโดรเจน
ว่า
1. อิเล็กตรอนจะวิ่งวนเป็นวงกลมรอบนิวเคลียส โดยมี
วงโคจร
บางวง
ที่มี
อิเล็กตรอน
ไม่แผ่คลื่น
แม่เหล็ก
ไฟฟ้า
ออกมา
ในวงโคจร
ดังกล่าว
2. อิเล็กตรอนจะรับหรือปล่อยพลังงาน
ออกมา เมื่อมีการ
เปลี่ยน
วงโคจร
ที่กล่าว
ในข้อที่ 1 พลังงาน
ที่อิเล็กตรอน
รับ
หรือ
ปล่อย
ออกมา
จะอยู่ใน
รูปคลื่น
แม่เหล็ก
ไฟฟ้า
ซึ่งสมมติฐานของโบร์ สามารถอธิบายปัญหา
ปรากฏการณ์
ของ
อะตอม
ไฮโดรเจน
ได้ คือ
1. เหตุผลที่อิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียสของ
ไฮโดรเจนได้
โดยไม่แผ่
คลื่นแม่
เหล็ก
ไฟฟ้า เพราะ
อิเล็กตรอน
โคจร
ในระดับ
พลังงาน
ของอะตอม
บางวง ซึ่งวง
ในสุด
จะเสถียร
2. สเปกตรัมของไฮโดรเจนเกิดจากการเปลี่ยน
ระดับ
พลังงาน
ของ
อิเล็กตรอน
จากสถานะ
กระตุ้น
มายัง
สถานะ
ต่ำกว่า หรือ
สถานะ
พื้น จะแผ่
คลื่น
แม่เหล็ก
ไฟฟ้า
ออกมา อาจเห็น
เป็น
เส้นสว่าง
ที่ไม่
ต่อเนื่อง และ
อาจมี
ความถี่
อื่นๆ อีก
ที่ตา
มอง
ไม่เห็น
แบบจำลองอะตอมของซัมเมอร์ฟิลด์ (Summerfield) กล่าวว่า "อิเล็กตรอน
จะโคจร
รอบ
นิวเคลียส ซึ่ง
วงแรก
จะเป็น
ทรงกลม วงต่อๆ
ไป
จะเป็น
วงรี"
ที่มา : หนังสือเรียนวิชาฟิสิกส์ 1 ว 422
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กระทรวงศึกษาธิการ
บทความใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
รถยนต์มือสอง
Physis chemical biology Education
About Me
Unknown
Unknown
Unknown
Unknown
Unknown
Unknown
ขับเคลื่อนโดย
Blogger
.
Blog Archive
▼
2014
(281)
►
พฤษภาคม
(4)
►
เมษายน
(59)
▼
มีนาคม
(218)
การผุกร่อนของโลหะและการป้องกัน
กำจัด(ต้นเหตุ)ฝนกรดด้วยไฟฟ้า
แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์แข็ง
เซลล์เชื้อเพลิง
เซลล์ปฐมภูมิ
เซลล์อิเล็กโทรไลต์
ประโยชน์ของค่า E0
การหาค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐาน
เซลล์กัลวานิก
เล่นแร่ แปรธาตุ แบบไฮเทค
ตารางแสดงสมบัติทางกายภาพของโลหะกับอโลหะ
ธาตุและสารประกอบที่สำคัญ
ก๊าฃเฉื่อย หรือ ก๊าฃมีตระกูล
สารประกอบคลอไรด์ในชีวิตประจำวัน
การเปรียบเทียบสารประกอบคลอไรด์ และ สารประกอบออกไซด์
สารประกอบออกไซด์
สารประกอบคลอไรด์
ประวัติการค้นพบและการจัดธาตุลงในตารางธาตุ
การจัดกลุ่มธาตุ 20 ธาตุแรกโดยใช้เกณฑ์ย่อย
การจัดธาตุลงในตารางธาตุ
ตารางธาตุ
อุตสาหกรรมเคมี
มีสิ่งที่เล็กกว่าอะตอมหรือไม่
โครงสร้างอะตอม
เทคนิคการไตเตรตกรด-เบส
กราฟการไตเตรตกรด-เบส
การไตเตรตกรด-เบส
การเตรียมสารส้มจากกระป๋องน้ำอัดลม
ผ้าทนไฟ
น้ำพุในขวดแก้ว
ชุดอุปกรณ์สาธิตการเกิดลม
การทำไนโตรเจนเหลว
การทำน้ำแข็งแห้ง
การจัดเรียงอนุภาคในของแข็ง
ความดันไอกับจุดเดือดของของเหลว
การศึกษาอนุภาคมูลฐาน
การค้นหาดาวเคราะห์ นอกสุริยจักรวาล
"ชีวิต" บนดาวอังคาร
ปริศนาอาทิตย์
อะไรแข็งกว่าเพชร
สร้างสสารจากแสง
นาฬิกาปรมาณู
สัญญาณที่เร็วกว่าแสง
PINATUBO กับปรากฎการณ์ เรือนกระจก
เครื่องเร่งแสง
น้ำแข็งบนดวงจันทร์
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
กฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นวงกลม ในแนวดิ่ง
อะตอมและแบบจำลองอะตอม
การประกันคุณภาพการวัดปริมาณรังสี ในระดับปานกลางและ...
ตู้เย็นประหยัดไฟ
การทดสอบสภาพถ่านไฟฉาย
มองเห็นแสง...แสงทำให้มองเห็น
เครื่องตรวจสอบคุณภาพสายไฟฟ้า
คลื่นวิทยุ...มลพิษชนิดใหม่
มัลติมิเตอร์แบบตัวเลข
มัลติมิเตอร์แบบเข็ม
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เครื่องวัดสนามแม่เหล็ก
สเปคตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ออสซิลโลสโคป
คลื่น
ดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์และเส้นใยนำแสง
เครื่องวัดความยาว
เครื่องวัดความสว่าง
เครื่องวัดระดับเสียง
วันที่กลางวันยาวที่สุดในรอบปี
ปรากฏการณ์สภาพนำยิ่งยวด H.K. Onnes
วาติกันเคลียร์บาปให้กาลิเลโอ กล้องโทรทรรศน์แบบหักเ...
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
กำลังม้า
ความฝืด
พลังงาน
ความเฉื่อย
แหล่งกำเนิดใหม่ ๆ ของพลังงาน
พลังงานไม่สูญหายฯ
การแกว่งของลูกตุ้มนาฬิกา (simple pendulum)
การเก็บรักษาแสงอาทิตย์
งาน
การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล
โมเมนตัม (Momentum)
การเปลี่ยนหน่วยหรือการเทียบหน่วย
หน่วยและปริมาณพื้นฐานทางฟิสิกส์
แรงโน้มถ่วงของโลก
ความเร็วและความเร่งของของการเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิก...
การแยกลักษณะของพลังงาน
การหาสมการการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เคลื่อนที่แบบฮาร...
การเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย (Simple Harmoni...
ทฤษฎีจลน์ของก๊าซ
กฎรวมก๊าซ
กฎของชาร์ล
กฎของบอยล์
สถานะของสาร
สมบัติของของเหลว
สมบัติของของแข็ง
โครโมโคกราฟี
อิมัลซิฟายเออร์
การใช้กรวยแยก
การระเหยให้แห้ง
โครมาโตรกราฟี
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
การสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ
การตกผลึก
การกรอง
การกลั่น และ การกลั่นลำดับส่วน
ตัวทำละลายและตัวถูกละลาย
การเปรียบเทียบ สารละลาย คอลลอยด์ และสารแขวนลอย
สารละลาย และ สารบริสุทธิ์
สารละลาย
สารประกอบ
ธาตุ
การจำแนกสารโดยใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์
อุบัติการ์ณดาวชนดาว
อุกกาบาต
แบคทีเรียจับกับระเบิด
ยีสต์ จุลินทรีย์มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์
พันธุกรรมพืช...กับการอนุรักษ์
ตำนานความสัมพันธ์คนและม้า
มนุษย์กับแมลง
กำเนิดชีวิตบนโลก
ไข่สุขภาพ
แปะก๊วยพืชมหัศจรรย์
อาหารต้านหวัด
กินคาร์โบไฮเดรตแล้วทำให้อ้วนจริงหรือ
การควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวาน
คลายเครียดด้วยอาหาร
สารอาหารต่าง ๆ สำหรับกระดูกนอกจากแคลเซียม