- การผลิตและการกินอาหาร (food supply and eating)
- ประชากรควรกินอาหารหลากหลายที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ โดยมีอาหารจากพืชเป็นหลักคือกินอาหารพวกผักและผลไม้ให้มากและหลากหลาย กินถั่วเมล็ดแห้งและกินอาหารพวกแป้งเป็นอาหารหลักโดยพยายามให้ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุด (อาหารที่ผ่านการแปรรูป เช่น ก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น ไส้กรอก)
- ประชากรควรกินอาหารหลากหลายที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ โดยมีอาหารจากพืชเป็นหลักคือกินอาหารพวกผักและผลไม้ให้มากและหลากหลาย กินถั่วเมล็ดแห้งและกินอาหารพวกแป้งเป็นอาหารหลักโดยพยายามให้ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุด (อาหารที่ผ่านการแปรรูป เช่น ก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น ไส้กรอก)
- ผักและผลไม้ (Vegetable and Fruits)
- ส่งเสริมการกินผักและผลไม้หลากหลายตลอดปีให้ได้ร้อยละ 7 ของพลังงานทั้งหมดต่อวันหรือมากกว่า
- กินผักและผลไม้วันละ 400-800 กรัม (15-30 ออนซ์) หรือ 5 ส่วน หรือมากกว่าต่อวัน กินให้มากและหลากหลายตลอดปี (1 ส่วน = ผักสด 1 ถ้วยตวง หรือผักสุก 1/2 ถ้วยตวง หรือผลไม้ 1 ผล หรือผลไม้หั่นบรรจุกระป๋อง 1/2 ถ้วย)
- อาหารจากพืช (Other plant Food)
- กินอาหารประเภทแป้ง หรืออาหารพืชที่มีโปรตีนสูง โดยพยายามไม่ให้ผ่านกระบวนการแปรรูปมากนัก กินให้ได้ร้อยละ 40-60 ของพลังงานทั้งหมด น้ำตาลไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน
- กินธัญพืช (เช่น ข้าว งา ลูกเดือย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง) ถั่วเมล็ดแห้ง หัวพืชต่างๆ (เช่น เผือก มัน แครอท หัวไชเท้า) และพวกกล้วยวันละ 600 - 800 กรัม (20-30 ออนซ์) หรือมากกว่า 7 ส่วน พยายามกินอาหารที่ไม่ค่อยผ่านกระบวนการแปรรูป ควรจะจำกัดการกินน้ำตาล
- งดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic drinks) ควรงดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์ หากดื่มควรจำกัดดื่มในปริมาณต่ำกว่าร้อยละ 5 ของพลังงานทั้งหมดต่อวันสำหรับผู้ชายหรือต่ำกว่า 2 ดริ้งส์ต่อวัน แต่ต่ำกว่าร้อยละ 2.5 ของพลังงานทั้งหมดต่อวันสำหรับผู้หญิงหรือต่ำกว่า 1 ดริ้งส์ต่อวัน (วิสกี้ 40 ดีกรี 1 ดริ้งส์ = 20 มิลลิลิตร, ไวน์ 12 ดีกรี 1 ดริ้งส์ = 83 มิลลิลิตร)
- ลดเนื้อ (Meat) ถ้ากินเนื้อ เนื้อแดง (เนื้อแดงจากสัตว์ใหญ่ เช่น หมู วัว ควาย แกะ) ไม่ควรกินเกินกว่าร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน หรือจำกัดพวกเนื้อแดงไม่ให้เกิน 80 กรัม (3 ออนซ์) ต่อวัน ถ้าจะให้ดีควรกินพวกเนื้อสัตว์เล็กแทน เช่น เลือกกิน ปลา เป็ด ไก่ หรือเนื้อสัตว์อื่น
- จำกัดการกินไขมันและน้ำมัน (Total fat and oils)
- กินไขมันและน้ำมันที่ให้พลังงานร้อยละ 15-20 (ไม่เกินร้อยละ 30) ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน
- จำกัดการกินอาหารมันโดยเฉพาะพวกที่มาจากสัตว์ เลือกกินให้ปริมาณพอสมควรจากพวกที่เป็นน้ำมันพืช
- จำกัดการกินเกลือและอาหารเค็ม (salt and salting)
- เกลือจากแหล่งต่างๆ ในผู้ใหญ่กินวันละไม่เกิน 6 กรัมหรือ 7.5 มิลลิลิตร ( ช้อนชา) ในเด็กไม่เกิน 3 กรัมต่อ 1,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และควรเป็นเกลือผสมไอโอดีนเพื่อป้องกันการขาดไอโอดีน
- จำกัดการกินอาหารรสเค็มและจำกัดการใช้เกลือแกงในการปรุงอาหารให้ใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศปรุงรสแทน
- การเก็บรักษาอาหาร (Storage)
- เก็บรักษาอาหารที่เสียได้ โดยวิธีที่จะเกิดการปนเปื้อนจากเชื้อราได้น้อยที่สุด
- อย่ากินอาหารซึ่งเก็บหรือทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องธรรมดานาน ซึ่งจะมีโอกาสปนเปื้อนจากเชื้อราได้
- การเก็บถนอมอาหาร (Preservation)
- อาหารสดหรืออาหารที่เสียได้ ถ้าไม่ได้กินทันทีจะต้องเก็บในตู้เย็นหรือแช่แข็งในตู้แช่ ใช้ตู้เย็นหรือตู้แช่หรือวิธีการเก็บ ถนอมอาหารแบบอื่นที่เหมาะสม เก็บ ถนอมอาหารสดหรืออาหารที่เสียได้ ไม่ว่าเป็นอาหารที่ซื้อขายหรืออาหารที่เก็บที่บ้าน
- อาหารสดหรืออาหารที่เสียได้ ถ้าไม่ได้กินทันทีจะต้องเก็บในตู้เย็นหรือแช่แข็งในตู้แช่ ใช้ตู้เย็นหรือตู้แช่หรือวิธีการเก็บ ถนอมอาหารแบบอื่นที่เหมาะสม เก็บ ถนอมอาหารสดหรืออาหารที่เสียได้ ไม่ว่าเป็นอาหารที่ซื้อขายหรืออาหารที่เก็บที่บ้าน
- ควบคุมสารผสมอาหารและสารตกค้าง (Additives and Residues)
- สร้างและควบคุมติดตามการใช้กฏข้อบังคับเกี่ยวกับการจำกัดขีดความปลอดภัยของสารผสมอาหาร สารเคมีฆ่าแมลง และสิ่งตกค้าง และสารเคมีอื่นที่อาจเจือปนอยู่ในอาหาร
- ระดับของสารผสมอาหาร สารเจือปนและสิ่งตกค้างอื่นๆ ถ้ามีการใช้โดยมีการควบคุมดูแลถูกต้องการมีสารเหล่านั้นอยู่ในอาหารหรือเครื่องดื่มจะไม่มีอันตราย อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีการควบคุมดูแลหรือมีการใช้ไม่ถูกต้องเหมาะสม ก็อาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา
- การปรุงอาหาร (Preparation)
- เมื่อกินอาหารพวกเนื้อและปลา ควรหุงหาตระเตรียมโดยใช้อุณหภูมิต่ำ อย่ากินอาหารไหม้เกรียมสำหรับผู้ที่ชอบกินเนื้อ กินปลา อย่าเผาจนความร้อนทำให้น้ำในเนื้อเผาไหม้ อาหารเนื้อและปลาที่ปิ้งย่างหรือเนื้อรมควันควรกินเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น
- เมื่อกินอาหารพวกเนื้อและปลา ควรหุงหาตระเตรียมโดยใช้อุณหภูมิต่ำ อย่ากินอาหารไหม้เกรียมสำหรับผู้ที่ชอบกินเนื้อ กินปลา อย่าเผาจนความร้อนทำให้น้ำในเนื้อเผาไหม้ อาหารเนื้อและปลาที่ปิ้งย่างหรือเนื้อรมควันควรกินเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement)
- แบบแผนอาหารในชุมชน ควรจะสอดคล้องกับรูปแบบที่จะลดความเสี่ยงต่อการเกิด "มะเร็ง" โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในการปฏิบัติด้านอาหารตามข้อต้นๆ ไม่ต้องกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ เพราะไม่จำเป็น และเป็นไปได้ที่อาจไม่เกิดประโยชน์ ไม่มีผลต่อการลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็ง
- รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ (Maintaining body weight)
- น้ำหนักมวลรวมของร่างกายของประชากรในวัยผู้ใหญ่อยู่ในเกณฑ์ช่วง 21 - 23 หรือกล่าวได้ว่าน้ำหนักมวลรวมของร่างกายวัยผู้ใหญ่แต่ละคนจะอยู่ระหว่าง 18.5-25
- พยายามไม่ให้น้ำหนักตัวมากเกินไปหรือน้อยเกินไป และระวังไม่ให้น้ำหนักเพิ่มในวัยผู้ใหญ่เกิน 5 กิโลกรัม
วิธีคิดน้ำหนักมวลรวมของร่างกาย
= น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม
(ส่วนสูงเป็นเมตร2)
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (Maintaining Physical activity)
- ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอตลอดชีวิต ควรมีวิถีชีวิตที่เคลื่อนไหว มีการออกแรงเสมอ โดยมีโอกาสใช้การออกแรงกายที่ออกแรงมากเป็นระยะๆ ด้วย ถ้าอาชีพการงานเป็นประเภทมีการออกแรงน้อย หรือปานกลางให้เดินประมาณ 1 ชั่วโมง หรือออกกำลังแบบอื่นๆ ทุกวัน และควรออกกำลังกายมากๆ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
สรุป