วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทางเลือกในการพัฒนาสมองด้วย สาร DHA


"กินปลาเถิดพี่ จะดีที่สมอง กินปลาเถิดน้อง สมองจะดี"


คำพูดที่ครูโรงเรียนอนุบาลสอนและเชิญชวนเด็กเล็กให้นิยมรับประทานปลานั้น เป็นความจริงหรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้ได้ถูกนำไปศึกษากันมากโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้มีงานวิจัยซึ่งแสดงผลอย่างชัดเจนว่า สาร DHA หรือกรด decosapentaenoic acid ในน้ำมันปลามีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองโดยเฉพาะด้านความจำและการเรียนรู้
ทั้งนี้เชื่อว่าสาร DHA ผ่านเข้าไปในสมองและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทที่เรียกว่า เดนไดรต์ (dendrite) ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน ทำให้เกิดความจำและการเรียนรู้
สาร DHA มีมากในปลาทะเล (deep sea fish) เช่นปลาทูน่า ปลาโอลาย ปลาทู ฯลฯ การบริโภคปลาทะเลประมาณ 30 กรัมต่อวันและ 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะสามารถเพิ่มกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า-3 ในอาหารได้สูงถึง 0.2-5.0 กรัมต่อวันซึ่งหมายถึงได้รับสาร DHA สูงขึ้นด้วยเนื่องจากมีมากในกรดไขมันดังกล่าว
สำหรับในประเทศไทย ปลาทะเลที่พบว่ามีกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ปริมาณสูงได้แก่ ปลาทู ประมาณ 2-3 กรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม ปลาอีกา ปลากระพง ปลาตาเดียว มีประมาณ 0.5-2 กรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม
ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าอาหารเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการเกิดและป้องกันโรคหลายชนิด เช่น โรคอ้วน โรคหลอดเลือด หัวใจตีบตัน โรคเบาหวาน ฯลฯ ตลอดจนยังสามารถส่งผลถึงสุขภาพของผู้บริโภคทั้งในแง่ดีและไม่ดี ซึ่งโยงใยต่อไปถึงสุขภาพจิตอีกด้วยดังนั้นการเลือกบริโภคอาหารให้เหมาะสมทั้งชนิดและปริมาณ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งซึ่งเราไม่ควรละเลย





Physis chemical biology Education

About Me

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Blog Archive