วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

ปริมาตรของก๊าซในปฎิกิริยาเคมี

ก๊าซมีสมบัติฟุ้งกระจายและมีมวลน้อยมาก การวัดมวลโดยตรงทำได้ยากจึงนิยมวัดในหน่วยปริมาตร ซึ่งสามารถอธิบายโดยใช้กฎดังต่อไปนี้ 
1. กฎของเกย์ลุสแซก 
ในปี พ.ศ. 2531 โซเซฟ-ลุย-เก-ลูซัก ได้ทดลองวัดปริมาตรของก๊าซที่ทำปฏิกิริยาพอดีกันและปริมาตรของก๊าซที่ได้จากปฏิกิริยา ณ อุณหภมิและความดันเดียวกัน แล้วสรุปเป็นกฎการรวมปริมาตรของก๊าซว่า "ในปฏิกิริยาเคมีที่เป็นก๊าซ อัตราส่วนโดยปริมาตรของก๊าซที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน และปริมาตรของก๊าซที่เกิดจากปฏิกิริยาที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน จะเป็นเลขจำนวนเต็มลงตัวน้อย ๆ"
2. กฎอาโวกาโดร 
ในปี พ.ศ. 2354 อาเมเดโอ อาโวกาโดร ได้ศึกษากฎของเกย์-ลูสแซกและอธิบายว่าการที่อัตราส่วนโดยปริมาตรของก๊าซที่เข้าทำปฎิกิริยาและที่ได้จากปฏิกิริยาเป็นเลขจำนวนเต็มน้อยๆ คงเป็นเพราะปริมาตรของก๊าซมีความสัมพันธ์กับจำนวนอนุภาคที่รวมตัวกันเป็นสารประกอบ อาโวกาโดรจึงเสนอสมสุติฐานว่า "ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน ก๊าซทุกชนิดที่มีปริมาตรเท่ากันจะมีจำนวนโมเลกุลเท่ากัน"เช่น ปฏิกิริยาระหว่างก๊าซไฮโดรเจนกับก๊าซออกซิเจนจนเกิดเป็นไอน้ำ

ไฮโดรเจน+ ออกซิเจน-------> ไอน้ำ
2 cm31 cm32 cm3
2n โมเลกุลn โมเลกุล2n โมเลกุล
2 โมเลกุล1 โมเลกุล2 โมเลกุล
หรือ 1 โมเลกุล1/2 โมเลกุล1 โมเลกุล
หรือ 2 อะตอม1 อะตอม2 อะตอม
หมายเหตุ 
1. ปริมาตรของก๊าซของสารตั้งต้นที่ทำปฏิกิริยากันจะเท่ากับหรือไม่เท่ากับปริมาตรของก๊าซของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยา เช่น
H2(g)+ I2(g)-------> 2HI(g)2CO(g)+ O2(g)-------> 2CO2(g)
2 ปริมาตร=2 ปริมาตร3 ปริมาตรไม่เท่ากั2 ปริมาตร

2. อัตราส่วนโดยปริมาตรของก๊าซต่าง ๆ ในปฏิกิริยาจะเท่ากับอัตราส่วนโดยโมลของก๊าซต่าง ๆ ในปฏิกิริยาเดียวกันนั้น เช่น 
N2(g) + 3H2(g) ------> 2NH3(g) 
อัตราส่วนโดยปริมาตร N2 : H2 : NH3 = 1 : 3 : 2 

อัตราส่วนโดยโมล N2 : H2 : NH3 = 1 : 3 : 2 

Physis chemical biology Education

About Me

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Blog Archive