วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

สูตรในวิชาฟิสิกส์ /1

สำหรับ  ม.4  เทอม  1    
เนื้อหาที่มีสูตร คือ  
-เรื่องการวัดและแปรความหมายข้อมูล
 -เรื่องแสงและการเห็น
-ปรากฏการณ์คลื่น
-การวัดและแปลความหมายข้อมูล
สูตร    เปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อน
A%    =     * 100%
A       =     * A

สูตร    การบวก - ลบ - คูณ - หาร - ความคลาดเคลื่อน
บวก    ( A A ) + ( B B )    =    ( A + B ) ( A + B )
ลบ     ( A A ) - ( B B )    =    ( A - B ) ( A + B )
คูณ    ( A A )  ( B B )    =    ( A * B ) ( A B + B A )
หาร                            =            

สูตร    เปอร์เซ็นความคลาดเคลื่อนของเลขยกกำลัง
X%    =    pA% + q B% + r C%
X    =    
( A )n    =    An n A * 100%
A    -    ค่าที่วัดได้
A    -    ความคลาดเคลื่อนของการวัด

สูตร    สมการเส้นตรง
y    =    mx + c
m    -    ค่าคงที่ ( ความชัน )
y    -    ตัวแปรตาม
x    -    ตัวแปรต้น
c    -    ค่าคงตัวมีขนาดเท่ากับระยะที่กราฟตัดแกน y

สูตร    การหาค่าความชันบนเส้นกราฟ
m    =    tan    =    
y    -    ผลต่างที่เกิดขึ้นบนแกน y
x    -    ผลต่างที่เกิดขึ้นบนแกน x

แสงและการมองเห็น
สูตร    การหามุมวิกฤต
=    
=    nน้อย / nมาก
Sin 90 ํ    =    1

สูตร    ลึกจริง ลึกปรากฏ
=        =        =    ลึกปรากฏ / ลึกจริง    =    ระยะภาพ / ระยะวัตถุ

สูตร    การเปรียบเทียบดรรชนีหักเห
มองเฉียง        =        =    ลึกปรากฏ / ลึกจริง
มองตรง        =        =    ลึกปรากฏ / ลึกจริง
n1    =                    n2    =    
n1    -    ดรรชนีหักเหของวัตถุ
n2    -    ดรรชนีหักเหของอากาศ
c    -    อัตราเร็วของแสง ( 3*108 m/s )
v    -    ความเร็วของแสงในวัตถุ

สูตร    การหาความยาวโฟกัส
f    =    
=    
u    =    
v    =    

ปรากฎการณ์คลื่น


สูตร    การสะท้อนของแสง
i    =    r
i    -    รังสีตกกระทบ
r    -    รังสีสะท้อน

สูตร    เลื่อนกระจก
อัตราเร็วของภาพในกระจก    =    2 เท่าของอัตราเร็วของกระจก

สูตร    การเกิดภาพในกระจกเงาราบ

-    ความสูงของภาพ
O    -    ความสูงของวัตถุ
V ,    -    ระยะภาพ
U , S    -    ระยะวัตถุ
เมื่อหมุนกระจกเงาระนาบเป็นมุม มุมบ่ายเบนจะเปลี่ยนไปจากเดิม 2
ถ้าต้องการเห็นภาพของตนเองในกระจกเต็มตัว จะใช้กระจกสูงเพียง ของความสูงของตนเอง

สูตร    การคำนวณหาจำนวนภาพ เมื่อกระจกทำมุม ใด ๆ ต่อกัน
จำนวนภาพ ( n )    =    

สูตร    การหักเหของแสง
=        =        =        =    
=    
-    แสงผ่านจากตัวกลางที่ 1 ไปยังตัวกลางที่ 2
-    แสงผ่านจากตัวกลางที่ 2 ไปยังตัวกลางที่ 1
n1    -    ดรรชนีหักเหของตัวกลางที่ 1
n2    -    ดรรชนีหักเหของตัวกลางที่ 2
v    -    อัตราเร็วของแสงในตัวกลางใด ๆ
-    ความยาวคลื่น
-    มุมตกกระทบ
-    มุมหักเห
n    =    
n    -    ดรรชนีหักเหของตัวกลางเทียบกับอากาศ
c    -    ความเร็วของแสงในสูญญากาศ
v    -    ความเร็วของแสงในตัวกลางใด ๆ
----------------------------

สูตร    การหามุมวิกฤต
=    
=    nน้อย / nมาก
Sin 90 ํ    =    1

สูตร    ลึกจริง ลึกปรากฏ
=        =        =    ลึกปรากฏ / ลึกจริง    =    ระยะภาพ / ระยะวัตถุ

สูตร    การเปรียบเทียบดรรชนีหักเห
มองเฉียง        =        =    ลึกปรากฏ / ลึกจริง
มองตรง        =        =    ลึกปรากฏ / ลึกจริง
n1    =                    n2    =    
n1    -    ดรรชนีหักเหของวัตถุ
n2    -    ดรรชนีหักเหของอากาศ
c    -    อัตราเร็วของแสง ( 3*108 m/s )
v    -    ความเร็วของแสงในวัตถุ

สูตร    การหาความยาวโฟกัส
f    =    
=    
u    =    
v    =    
---------------------------------------------------
สูตร    หากำลังขยาย
m    =        =        =        =    
f    -    ความยาวโฟกัส
R    -    รัศมีความโค้งของเลนส์
v    -    ระยะภาพ
u    -    ระยะวัตถุ
m    -    กำลังขยาย
I    -    ขนาดภาพ
O    -    ขนาดวัตถุ

สูตร    กล้องจุลทรรศน์
กำลังขยายกล้องจุลทรรศน์    =    mo * me
ความยาวของกล้องจุลทรรศน์    =    S'o * Se
me    -    กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา
mo    -    กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ
S'o    -    ระยะภาพของเลนส์ใกล้วัตถุ
Se    -    ระยะภาพของเลนส์ใกล้ตา

สูตร    กล้องโทรทรรศน์
กำลังขยายของกล้องโทรทรรศน์    =    
ความยาวของบกล้องโทรทรรศน์    =    fo + fe
fo    -    ความยาวโฟกัสของเลนส์ใกล้วัตถุ
fe    -    ความยาวโฟกัสของเลนส์ใกล้ตา

สูตร    การหาความสว่าง
E    =    
E    -    ความสว่าง
F    -    อัตราพลังงานที่แสงตกพื้น
A    -    พื้นที่รับแสง

สูตร    ประสิทธิภาพของหลอดไฟ
ประสิทธิภาพของหลอดไฟ    =    ปริมาณแสงที่เปล่งออกมา / กำลังวัตต์ที่เข้าไป

กฏของแลมเบิร์ตโคไซน์
E2    =    E1 Cos   0
E1    -    ความสว่างบนพื้นที่ผิวรับแสง
E2    -    ความสว่างบนพื้นที่ผิวรับเอียงแสง
-    มุมที่พื้นที่รับแสงเอียงไปจากแนวฉาก
สำหรับม.4 เทอม 2 นั้นจะมีบทเรียนดังนี้
- เรื่องเสียงและการได้ยิน จะคล้ายกับเรื่องปรากฎการณ์คลื่น
- และเรื่องแรง มวล และกฎการเคลื่อนที่  จะเรียนเรื่องกฎของนิวตัน
เสียงและการได้ยิน
สูตร    การหาความเร็วของเสียงในอากาศ
vt    =    331 + 0.6t
vt    -    อัตราเร็วเสียงในอากาศที่อุณหภูมิ t ใด ๆ ( m / s )
t    -    อุณหภูมิของอากาศ ( ํc ) ต้องน้อยกว่า 45 ํc

สูตร    การหาระยะทางของการสะท้อนของเสียง
s    =    
s    -    ระยะทาง
v    -    ความเร็ว
t    -    เวลา

สูตร    การหาความถี่ของคลื่นลัพธ์
   =    
   -    ค่าเฉลี่ยของความถี่ที่เกิดขึ้น
f1    -    ความถี่ของแหล่งกำเนิด
f2    -    ความถี่ของแหล่งกำเนิด

สูตร    การหาความถี่บีตส์
fB    =        =    
fB    -    ความถี่บีตส์
   -    ผลต่างของความถี่บีตส์ , ความถี่บีตส์

สูตร    การหาความยาวคลื่น
   =    
l    -    ความยาวเชือก
n    -    จำนวน loop , จำนวนนับ

สูตร    การหาความเร็วของคลื่นตามขวาง
v    =    
T    -    แรงตึงในเชือก ( นิวตัน )
   -    มวล / ความยาว ( kg / m )

สูตร    การหาความถี่ในท่อปลายเปิด
fn    =    
 fn    -    ความถี่
n    -    จำนวนนับ
u    -    อัตราเร็ว
l    -    ความยาวของท่อ

สูตร    การหาความถี่ในท่อปลายปิด
fn    =    
n    -    จำนวนนับ ( แต่ต้องเป็นเลขคี่ )

สูตร    การหาความเข้มเสียง
I    =    
I    -    ความเข้มเสียง ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ( วัตต์ / ตารางเมตร )
P    -    กำลังเสียงของแหล่งกำเนิดเสียง ( วัตต์ )
R    -    ระยะระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงกับตำแหน่งที่หาความเข้มเสียง ( เมตร )

สูตร    การหาความถี่ที่ผู้ฟังได้ยิน
f '    =    fo
f '    -    ความถี่ที่ผู้ฟังได้ยิน
fo    -    ความถี่ของแหล่งกำเนิด
vl    -    ความเร็วของผู้ฟัง
vs    -    ความเร็วของแหล่งกำเนิด

สูตร    การหาความถี่ที่ผู้ฟังได้ยิน
เมื่อผู้ฟังเคลื่อนที่เข้าหาแหล่งกำเนิด และแหล่งกำเนิดอยู่นิ่ง
fL    =    
เมื่อผู้สังเกตุเคลื่อนที่ห่างแหล่งกำเนิด และแหล่งกำเนิดอยู่นิ่ง
fL    =    
fL    -    ความถี่ผู้สังเกตุ , ความถี่ที่ผู้ฟังได้ยิน
u    -    ความเร็วเสียงในอากาศ
vL    -    ความเร็วของผู้ฟัง

สูตร    การหาความยาวคลื่นเสียงเมื่อแหล่งกำเนิดเคลื่อนที่
เมื่อแหล่งกำเนิดวิ่งเข้าหาผู้ฟัง ( ด้านหน้า )
   =    
เมื่อแหล่งกำเนิดวิ่งห่างจากผู้ฟัง ( ด้านหลัง )
   =    
   -    ความยาวคลื่นด้านหน้า
   -    ความยาวคลื่นด้านหลัง

สูตร    การหาเลขมัค ( Mach nuber )
เลขมัค    =        =        =    

สูตร    การหาความเร็วของเครื่องบินซุปเปอร์โซนิค
v    =    u * เลขมัค
  
การเคลื่อนที่แนวตรง
 สูตร    การหาความเร็ว
v    =        =    
v    -    ความเร็วเฉลี่ย
s1 , s2    -    การกระจัด
t1 , t2    -    เวลา
   -    ผลต่างของการกระจัด
   -    ผลต่างของเวลา
vขณะหนึ่ง    =              0
vขณะหนึ่ง    -    ความเร็วขณะหนึ่ง
การหาอัตราเร็วเฉลี่ย และอัตราเร็วขณะหนึ่ง มีสูตรเหมือนความเร็ว แต่เป็นปริมาณสเกลาร์

สูตร    การหาความเร่ง
a    =        =        
a    -    ความเร่งเฉลี่ย
aขณะหนึ่ง    =              0
aขณะหนึ่ง    -    ความเร่งเฉลี่ยขณะหนึ่ง
สูตร    การหาการกระจัด และระยะทาง
s    =    ut +    =        =    

สูตร    การหาความเร็วปลาย
v    =    u + at
v2    =    u2 + 2as

สูตร    การหาความเร่ง
a    =        =        =    
s    -    ระยะทาง ( ไม่คิดเครื่องหมาย )
s    -    การกระจัด ( คิดเครื่องหมาย )
v    -    ความเร็วปลาย
t    -    เวลา
u    -    ความเร็วต้น
a    -    ความเร่ง , ความเร่งเฉลี่ย
   -    ความเร็วที่เปลี่ยนไป
   -    ช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงความเร็ว
  
แรงมวลและกฎการเคลื่อนที่
 สูตร    แรงที่กระทำต่อวัตถุ
F    =    ma
F    -    แรงที่กระทำ
m    -    มวล
a    -    ความเร่ง

สูตร    การหาน้ำหนัก
W    =    mg
W    -    น้ำหนัก
m    -    มวล
g    -    แรงโน้มถ่วงโลก หรือ ความเร่ง

สูตร    อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักของมวล 2 ก้อน เมื่ออยู่ในบริเวณเดียวกัน
   =    
W1    -    น้ำหนักมวลก้อน 1
W2    -     น้ำหนักมวลก้อน 2
m1    -    มวลก้อน 1
m2    -    มวลก้อน 2

สูตร    กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน
FG    =    
FG    -    ขนาดของแรงดึงดูด
G    -    ค่าคงตัวความโน้มถ่วงสากล
ค่า = 6.673*10-11 Nm2 / kg2

m1 , m2    -    มวลของวัตถุ
R    -    ระยะห่างของวัตถุทั้ง 2

สูตร    ความเร่งเนื่องจากความโน้มถ่วง ณ ตำแหน่งที่ห่างจากผิวโลก
g    =    
me    -    มวลโลก
Re    -    ระยะจากจุดศูนย์กลางถึงตำแหน่งต่าง ๆ

สูตร    อัตราส่วนความเร่งกับระยะห่างของวัตถุทั้ง 2
   =        =    
g1 , g2    -    ความเร่งของวัตถุทั้ง 2
R1 , R2    -    ระยะห่างของวัตถุทั้ง 2
h    -    ความสูง

สูตร    การหาแรงของวัตถุในแนวดิ่ง
วัตถุมีทิศทางขึ้น
T - mg    =    ma
วัตถุมีทิศทางลง
mg - T    =    ma
T    -    แรงที่วัตถุกระทำ
สำหรับม.5 เทอม 1 เรื่องที่จะเรียนคือ
-เรื่องสมดุลกล
-เรื่องงานและพลังงาน
-เรื่องการชนและโมเมนตัม
สมดุลกล
สูตร  สมดุล
แรงซ้าย     =     แรงขวา
แรงขึ้น    =    แรงลง
โมเมนต์ตาม     =    โมเมนต์ทวน

ทฤษฎี
ท.บ.ลามี


สูตร   แทนแรง


สูตร   ตั้งฉากแรง


งานและพลังงาน
สูตร  พลังงาน
 Ek     =    
Ep     =    mgh
Fสปริง    =    KS
Epยย    =     KS  =   FS

Ek    -    พลังงานจลน์ (J)
Ep     -    พลังงานศักย์  (J)
Epยย     -    พลังงานศักย์ยืดหยุ่น (ศักย์สปริง) (J)
K    -    ค่าคงที่สปริง N/m

สูตร  งานในวินาทีที่ n
Sวินาทีที่ n    =    
Wสูบ+ฉีด    =    mgh +

สูตร  กฎการอนุรักษ์พลังงาน
Ep +  Ekแรก  =  Ep +  Ekหลัง
Ekที่เพิ่ม  =   Ep ที่ลด
Ek2 =  Ek1 +       

สูตร  ประสิทธิภาพ
       Eff  =      W ที่ยกได้จริง         x  100 %
                  W เต็มที่ที่ควรยกได้    


     Eff  =   M.A. ปฎิบัติจริง        x  100 %
                  M.A.  ทฤษฎี


   M.A. จริง   =  W ยกได้จริง
                              F จริง


     M.A. ทฤษฎี  =  W ที่ควรยกได้
                                  F  จริง

 
การชนและโมเมนตัม
สูตร  โมเมนตัม
P  =  mv

p - โมเมนตัม  (kg.m/s)
m - มวล  (kg)
v - ความเร็ว  (m/s)

สูตร  การดล
Ft  =  mv - mu
F  =  
F  -  แรง (N)
m  -  มวล  (kg)
t  -  เวลา  (s)

สูตร  กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม
ก่อนชน  =   หลังชน
mv ลูกปืน  =  Mv ตัวปืน
สำหรับ ม.5 เทอม 2 นี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไฟฟ้าล้วนๆ เลย
-ไฟฟ้าสถิต
-แม่เหล็ก-ไฟฟ้า

ไฟฟ้าสถิต
สูตร  แรงระหว่างประจุ

F  -  แรงระหว่างประจุ
r  -  ระยะห่าง

สูตร  สนามไฟฟ้า

 -  ความต่างศักย์ระหว่างแผ่นโลหะ
d  -  ระยะห่างระหว่างแผ่นคู่ขนาน
k  -  9 x 109  

สูตร  ศักย์ไฟฟ้า

= q(vB - vA)
V  -  ศักย์ไฟฟ้า
Ep  -  พลังงานศักย์ไฟฟ้า
W  -  งานในการเคลื่นที่ประจุ
 -  งานจาก  A  ไป  B

สูตร  การรวมศักย์ไฟฟ้า
Vรวม  =  

สูตร  พลังงานไฟฟ้า
W  =  QV
W  -  งานไฟฟ้า
Q  -  ประจุไฟฟ้า
V  -  ความต่างศักย์

V  =  IR
V  -  ความต่างศักย์
I  -  กระแส
R  -  ความต้านทาน

สูตร  พลังงานศักย์ไฟฟ้า (Ep)
Wฟฟ  =  qv  =  
Ek  =  Wไฟฟ้า


สูตร  ตัวเก็บประจุ

C  -  ค่าความจุไฟฟ้า  (F)
Q  -  ประจุไฟฟ้าที่เก็บไว (c)้
V  -  ศักย์ไฟฟ้าของตัวนำ  (V)
a  -  รัศมีทรงกลม
k  -  ค่าคงที่คูลอมบ์ 9 x 109 

ไฟฟ้ากระแส
 สูตร  กระแสและปริมาณไฟฟ้า

I  -  กระแสไฟฟ้า
Q  -  ปริมาณของประจุไฟฟ้า
t  -  เวลา
  V  -  ความเร็วของ  e-  อิสระ
A  -  พื้นที่หน้าตัดของลวดตัวนำ
n  -  จำนวน  e-  /  ปริมาตรของตัวนำ
e  -  ประจุไฟฟ้าของ  e-  1 ตัว  =  1.6 x 10-19  คูลอมบ์

สูตร  สภาพความต้านทาน

R  -  ความต้านทานไฟฟ้า
P  -  สภาพต้านทาน
L  -  ความยาว
A  -  พื้นที่หน้าตัด (ตร.ม.)

สูตร  แรงเคลื่อนไฟฟ้า

E  -  แรงเคลื่อนที่ไฟฟ้า
R  -  ความต้านทานภายนอก
r  -  ความต้านทานภายใน

สูตร  การรวมความต้านทาน
แบบอนุกรม
Rtotal  =  
แบบขนาน


สูตร  การรวมวงจร
อนุกรม
Rรวม  =  
Iรวม  =  
Vรวม  =  
Eรวม  =  
ขนาน

Vรวม  =  
Eรวม  =  
Iรวม  =  

สูตร  กำลังไฟฟ้า

P  -  กำลังไฟฟ้า
I  -  กระแส
R  -  ความต้านทาน

สูตร  การคิดค่าเงินไฟฟ้า
Unit  =  กิโลวัตต์ x ชั่วโมง

สูตร  งานไฟฟ้าต้มน้ำ
w = mc
  pt = mc            J/kg.k
   0.24 pt  = mc       cal/kg.k
แม่เหล็ก-ไฟฟ้า
สูตร   แม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก

 -  จำนวนเส้นแรงแม่เหล็กหรือฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านพื้นผิว  A
A  -  พื้นที่ตั้งฉากที่ฟลักซ์แม่เหล็กผ่าน (ตร.ม.)
B  -  ความหนาแน่นฟลักซ์แม่เหล็ก  (veber/ตร.ม.)

สูตร   แรงกระทำต่ออนุภาคที่มีสนามแม่เหล็ก
F = qvB
F  -  แรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
v  -  ขนาดความเร็ว
B  -  ขนาดของสนามแม่เหล็ก

สูตร   แรงที่กระทำต่อลวดตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน  เมื่อวางอยู่ในสนามแม่เหล็ก

 -  ความยาวของลวดตัวนำ
v  -  ความเร็วลอยเลื่อน


N  -  จำนวนอิเล็คตรอน
e  -  ประจุไฟฟ้าอิเล็คตรอน

สูตร   แรงกระทำต่อลวดตัวนำ
F = qvB
F  =  NevB
F  =  I B
F  -  แรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
v  -  ขนาดความเร็ว
B  -  ขนาดของสนามแม่เหล็ก
 -  ความยาวของลวดตัวนำตรง
I  -  กระแสไฟฟ้า

สูตร   แรงกระทำต่อขดลวดที่อยู่ในสนามแม่เหล็ก
M  =  IAB
M  =  BIAN
M  -  โมเมนต์ของแรงคู่ควบ
I  -  กระแส
N  -  จำนวนรอบ
A  -  พื้นที่ขดลวด
สูตร   หม้อแปลง

N1  -  จำนวนรอบของลวดปฐมภูมิ
N2  -  จำนวนรอบของลวดทุติยภูมิ
E1  -  แรงเคลื่อนไฟฟ้าของลวดปฐมภูมิ
E2  -  แรงเคลื่อนไฟฟ้าของลวดทุติยภูมิ


W1  -  พลังงานไฟฟ้าของขดลวดปฐมภูมิ
W2  -  พลังงานไฟฟ้าของขดลวดทุติยภูมิ
t  -  เวลา

Physis chemical biology Education

About Me

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Blog Archive